กลิ่นคาวเลือดรุนแรงบนตัวเขาทำให้ผู้คนหวาดกลัว ผู้เล่นหลายคนถอยกรูด
ดวงตาของครูฝึกจางไม่กระพริบแม้แต่นิด คืบคลานเข้าไปใกล้จ้องพวกเขาอย่างไม่ลดละ “พวกเธอกำลังหนีเรียนงั้นเหรอ”
ผู้เล่นทุกคนต่างตกใจจนชะงัก มีเพียงคนเดียวที่ฉลาดหน่อยรีบตอบรับ “ครูฝึกจางครับ ฝนมันตกลงมากะทันหัน พวกเราเลยมาหลบฝน ครูพละยังไม่มา...”
รอยยิ้มเหี้ยมปรากฏบนใบหน้าที่เหี้ยมโหดของครูฝึกจาง ดวงตาสีเลือดจ้องเขม็งไปที่ผู้เล่นคนนั้น “หลบฝน? เป็นคุณหนูคุณชายมาจากไหนกัน ถึงต้องหลบฝนแค่นี้ หรือว่าฝนมีดาบตกลงมาด้วย”
ใบหน้าของผู้เล่นซีดลงทันที
ครูฝึกจางพูดต่อ “เห็นเพื่อนร่วมชั้นพวกนั้นไหม”
เขาชี้ไปยังพวกเอ็นพีซีที่ยืนนิ่งสนิทในสนามเด็กเล่น รวมถึงผู้เล่นอีกสองสามคน
ผู้เล่นที่ยืนอยู่ใต้ชายคาตารู้สึกเสียใจอย่างยิ่ง หากรู้งี้คงยอมไปยืนตากฝนด้วยตั้งแต่แรก
ครูฝึกจางพูดต่อ “วิชาพละ ถึงแม้ครูจะไม่มา ก็ต้องเข้าแถวให้เรียบร้อย รอครูมาอย่างเงียบ ๆ พวกนั้นเป็นเด็กดี มีแต่พวกเธอที่ไร้ระเบียบ”
น้ำเสียงของเขาฟังดูพิกล เหมือนมีเสียงซ้อนกันสองชั้น ฟังแล้วขนหัวลุก
มีผู้เล่นคนหนึ่งทนไม่ไหว หันหลังแล้ววิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่ยังวิ่งไปไม่ทันถึงสองก้าว มือใหญ่ยักษ์ที่พองด้วยเส้นเลือดก็คว้าหัวเขาจากข้างบนลงมา เหมือนจับลูกบาสเกตบอล แรงบีบมหาศาลจนหัวแทบแตก
ผู้เล่นเงยหน้าขึ้นด้วยความเจ็บปวด ครูฝึกจางได้กลายร่างเป็นสัตว์ประหลาด ร่างกายพองโต
“ฉันเกลียดนักเรียนที่ไม่เชื่อฟังเวลาฉันอบรม”
ระหว่างที่เขาพูด แรงบีบที่มือบดขยี้ศีรษะยิ่งรุนแรงขึ้น ผู้เล่นไม่อาจส่งเสียงร้องแม้แต่น้อย เห็นเพียงดวงตาแดงก่ำ ศีรษะค่อย ๆ ถูกบีบจนแบนผิดรูป ในที่สุดเลือดก็ไหลออกจากรูจมูกและหู
แรกเริ่มผู้เล่นยังยกมือพยายามงัดมือของสัตว์ประหลาด ดิ้นรนอย่างเจ็บปวด แต่สุดท้ายแขนก็ตกลงไร้เรี่ยวแรง ไม่มีการเคลื่อนไหวอีกเลย
คนตายไปแล้ว แต่สัตว์ประหลาดไม่ได้ปล่อยศีรษะศพ กลับจับลากไปเช่นนั้น แล้วพูดกับผู้เล่นสองคนที่เหลือ “หนีเรียน ต้องขังเดี่ยว ตามมา”
หลังจากเห็นฉากเมื่อครู่ พวกเขาไม่กล้าขัดขืน
ผู้เล่นทั้งสองเดินตามสัตว์ประหลาดตัวนั้นไป ใบหน้าซีดราวกับคนตาย
ใบหน้าพวกเขาเต็มไปด้วยน้ำ แยกไม่ออกว่าเป็นน้ำฝน หรือหยาดเหงื่อจากความกลัว หรือน้ำตาจากความสิ้นหวัง
ฝนเบาลงแล้ว
เหล่าเอ็นพีซีที่ยืนสงบนิ่งอยู่ในสนาม พอครูฝึกจางจากไป ก็ฟื้นคืน 'ชีวิต' ขึ้นมาทันที
“แม่งเอ๊ย หนาวชิบเป๋งเลย”
“เสื้อผ้าเปียกหมดแล้ว ช่วงนี้ฝนตกทุกวัน ชุดนักเรียนอีกตัวของฉันยังไม่แห้งเลย”
พวกเอ็นพีซีที่ดูคล้ายมนุษย์มากพูดจาคล่องแคล่ว ดูเหมือนพวกเขาเป็นนักเรียนโรงเรียนประจำธรรมดาทั่วไป
อวีเยว่เยว่เกือบยืนไม่อยู่ โชคดีที่ซูเฉินหยางพยุงไว้
“คนที่ถูกพาตัวไป จะตายไหม” อวีเยว่เยว่ถามด้วยเสียงสั่น
ซูเฉินหยางเองก็ไม่รู้
หลี่เทาพูด “พวกนั้นแหกกฎ ต้องตายแน่ ตอนนี้ก็ชัดเจนแล้ว ถ้าอยากเอาชีวิตรอดในโรงเรียนนี้ ก็ต้องทำตามกฎ ต้องเป็นเด็กดี”
ระฆังเลิกเรียนยังไม่ดังขึ้น เอ็นพีซีทั้งหมดแยกย้ายกันไป บ้างพูดคำหยาบ แย่งบาสเกตบอล หรือแม้แต่ตีกัน
พวกเขาไม่ได้ปฏิบัติตามกฎโรงเรียนเลย ไม่ใช่เด็กดีสักคน
กฎโรงเรียนมีไว้จำกัดแค่ผู้เล่นที่เป็นมนุษย์เท่านั้นอย่างนั้นหรือ
ซูเฉินหยางรู้สึกว่าสิ่งที่หลี่เทาพูดไม่ถูกต้อง แต่เขาไม่รู้จะโต้แย้งอย่างไร
และก็ไม่จำเป็นต้องโต้แย้งด้วย เพราะยังไงอีกฝ่ายก็เป็นผู้เล่นเก่า อย่าไปสร้างศัตรู
รอบข้างไม่มีเอ็นพีซีอีกแล้ว พวกเขาสามารถพูดคุยได้อย่างเปิดอก
กัวเหยาที่เงียบมาตลอดในที่สุดก็พูดขึ้นว่า “ไม่จำเป็นต้องทำตามกฎตลอดเวลา แค่ห้ามแหกกฎต่อหน้าครูฝึกจางก็พอ”
ได้ยินประโยคนี้ ซูเฉินหยางรู้สึกเหมือนความสงสัยในใจถูกคลี่คลายทันที เขาพูดว่า “ใช่แล้ว ในคาบก่อนในห้องเรียน พวกเอ็นพีซีออกจากที่นั่งมาเล่นสนุกกัน แต่พอครูฝึกจางมา พวกมันก็รีบกลับไปนั่งอย่างเรียบร้อย เมื่อกี้ก็เหมือนกัน ฝนตกลงมาพวกมันก็เงียบกริบเข้าแถวกันทันที เพราะรู้ว่าครูฝึกจางกำลังมาอย่างนั้นเหรอ”
นอกจากชุดนักเรียนกับรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว สิ่งที่พวกเอ็นพีซีพวกนี้พูดหรือทำ ไม่ว่าข้อไหนก็ไม่เหมือนเด็กดี
แต่ทันทีที่ครูฝึกจางปรากฏตัว พวกมันก็จะกลายเป็นเด็กเรียบร้อยทันที
“เธอก็พอมีหัวคิดบ้างนี่” กัวเหยามองซูเฉินหยาง
หลี่เทาที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มีสีหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
“และฉันยังสังเกตเห็นอีกเรื่อง” กัวเหยามองไปรอบ ๆ อีกครั้ง พูดว่า “อูเล่อเล่อไม่ได้มาที่สนามเด็กเล่น”
อวีเยว่เยว่รีบสอดแทรก “ใช่ เธอเดินนำหน้าเราไปก่อนไม่ใช่เหรอ”
ซูเฉินหยาง “ตลอดทั้งคาบก็ไม่เห็นเธอ”
หลี่เทา “เธอโดดเรียนเหรอ ใจกล้าขนาดนั้นเลย สงสัยตายไปแล้ว”
แค่ผู้เล่นยืนหลบฝนอยู่ใต้ชายคา ก็ไปกระตุ้นเงื่อนไขการตายแล้ว
อูเล่อเล่อไม่โผล่หน้ามาเลยที่สนาม มีโอกาสสูงมากที่จะตาย
หลี่เทาไม่ชอบที่อูเล่อเล่ออายุยังน้อย แต่กลับมีท่าทางโอหังและนิ่งสงบ
แต่มันก็น่าเสียดายนะ เด็กสาวสวยขนาดนี้...
แววตาของหลี่เทายังคงจินตนาการลามก
คนอื่นไม่ได้สังเกตสีหน้าของเขา กำลังตั้งใจฟังที่กัวเหยาพูด
“เธอน่าจะไม่เป็นไร แค่โดดเรียน ถ้าไม่ถูกครูฝึกจางจับได้ระหว่างโดดเรียนก็คงไม่เป็นอะไร” กัวเหยาเริ่มเข้าใจกฎของที่นี่อย่างคร่าว ๆ แล้ว
กัวเหยา “ยามเฝ้าประตูทำหน้าที่เฝ้าประตู ใครก็ตามที่พยายามหนีออกจากโรงเรียนประจำ จะถูกฆ่า
ครูฝึกจางมีหน้าที่จัดการนักเรียน และเป็นบุคคลที่นักเรียนหวาดกลัวที่สุด รวมถึงเข้มงวดที่สุดในโรงเรียน
ส่วนพวกครู ถ้าฉันเดาไม่ผิด ครูพวกนี้ขี้เกียจมาสอน หรือไม่ก็มาสอนแบบขอไปทีแล้วจากไป ไม่สนใจนักเรียนเลยสักนิด
ส่วนนักเรียนเหล่านี้ ล้วนเป็นเด็กไม่ดี ไม่ตั้งใจเรียน อยากเพียงเล่นสนุกไปวัน ๆ”
อวีเยว่เยว่ “การจัดวางแบบนี้ฟังดูคุ้น ๆ จังนะ...”
ซูเฉินหยาง “โรงเรียนแก้ไขการติดเน็ต หรือว่าโรงเรียนดัดสันดานเยาวชนมีปัญหา”
ที่นี่คือเกาะแห่งหนึ่ง เป็นโรงเรียนประจำ มีครูฝึกที่โหดเหี้ยม หนีออกไปไหนไม่ได้ มีแต่เด็กไม่ดี
มันคือโรงเรียนดัดสันดานเยาวชน
กัวเหยาพยักหน้า “เราถูกส่งเข้ามาเป็นเด็กไม่ดี แล้วถ้าเราอยากออกไปจากที่นี่ เราต้องทำตามเงื่อนไขอะไร”
หลี่เทารีบชิงตอบ “เป็นเด็กดี ไม่ทำพฤติกรรมเสียหาย”
ซูเฉินหยาง “ถ้าพฤติกรรมไม่ดีถูกแก้ไขแล้ว จริง ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องเรียนอยู่ที่นี่ แต่ฉันรู้สึกว่ามันยังขาดอะไรบางอย่าง...”
หลี่เทารังเกียจท่าทางทำเป็นฉลาดของซูเฉินหยางนัก “ระบบเควสต์ยังไม่ได้ปล่อยภารกิจเลย ไม่ต้องรีบ”
ตั้งแต่พวกเขามาถึงที่นี่ เสียงประกาศของระบบดังขึ้นครั้งหนึ่ง แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีการปล่อยภารกิจใด ๆ
กัวเหยา “ฉันเดาว่าภารกิจเควสต์จะมาในคืนนี้ เตรียมใจไว้ให้ดีเถอะ”
สิ้นเสียง ระฆังเลิกเรียนก็ดังขึ้น
ถึงฝนจะเบาลงแล้ว แต่มันก็ยังไม่หยุดตก พวกเขาตากฝนจนเปียกเหมือนหมาตกน้ำ เดินกลับตึกเรียน
กลับมาถึงห้อง ก็เห็นอูเล่อในชุดกีฬาสีขาวสะอาดสะอ้าน สภาพดูสดชื่น กำลังนอนฟุบอยู่ที่โต๊ะ
มีเพียงเธอคนเดียวในนี้ ชุดขาว ผมดำ เวลาฟุบดูตัวเล็กนิดเดียว
หลี่เทารู้สึกหงุดหงิด “โดดเรียนได้ ไม่ยอมบอกพวกเรา”
อูเล่อที่นอนอยู่ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง
กัวเหยากับหลี่เทานั่งอยู่ตรงโต๊ะหน้าติดกัน หลี่เทาจงใจลากเก้าอี้ให้เสียงดัง แต่คนที่นอนอยู่ข้างหลังก็ยังไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง
เสียงดังขนาดนี้ อูเล่อเล่อทำไม...
หลี่เทา “เธอ... เธอคงไม่ตายไปแล้วนะ”