ตอนที่ 3 นัดบอด
“แต่พี่หมิงเจ๋อบอกแล้วนะ ตอนนี้ในใจเขามีแค่หนู ขอโทษนะคะพี่สาว หนูยกพี่หมิงเจ๋อให้พี่ไม่ได้หรอก”
ก่อนหน้านี้เจียงซูถงยังคิดว่าน้องสาวไร้เดียงสาน่ารัก ตอนนี้กลับรู้สึกว่าเธอช่างเป็นนางร้ายตัวแม่ชัด ๆ
เจียงซูถงหลุบตาลง ทำท่าลำบากใจ “ฉันก็ยังตัดใจจากหมิงเจ๋อไม่ได้จริง ๆ นะ ยังไงเราก็คบกันมาสองปี เพราะงั้นเธอต้องจับตาดูให้ดีล่ะ ไม่แน่วันไหนฉันอาจจะแย่งเขากลับมาก็ได้”
“พี่สาว พี่—” เจียงมู่ฉิงโกรธจนหน้าแดงก่ำ ขณะที่เจียงซูถงลุกขึ้นเดินกลับห้องไปแล้ว
วันเสาร์
ทนการรบเร้าของแม่ไม่ไหว สุดท้ายเจียงซูถงก็ตอบตกลงไปนัดบอด
เธอมาถึงร้านอาหารที่นัดหมาย เลือกนั่งริมหน้าต่าง
ห้านาทีต่อมา ชายวัยกลางคนรูปร่างพุงพลุ้ย สัดส่วนปานกลาง ผมบาง เดินมาหยุดฝั่งตรงข้ามแล้วเลื่อนเก้าอี้นั่งลง
สายตาที่เปลือยเปล่าจับจ้องมองเจียงซูถงตั้งแต่หัวจรดเท้า
หญิงสาวผิวขาว หน้าตาละเมียด ดวงตาสุกใส ฟันขาวเรียงสวย แถมยังมีพลังชีวิตแบบคนหนุ่มสาว
แหม ตัวจริงสวยกว่ารูปตั้งเยอะ
คนที่เขานัดบอดก่อนหน้านี้ ล้วนแต่เจอรูปหลอกที่ผ่านการแต่งหนักทั้งนั้น
“คุณคือคุณเจียงใช่ไหมครับ” ชายคนนั้นยิ้มจนไขมันบนใบหน้าบีบดวงตาเป็นเส้นตรง
เจียงซูถงกระตุกมุมปากอย่างฝืดเฝื่อน “ไม่ใช่ค่ะ คุณจำคนผิดแล้ว”
นี่คือคนที่แม่บอกว่าประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ฉลาดเป็นเลิศ สุขุมนุ่มลึกงั้นเหรอ
ที่แท้คำว่าฉลาดเป็นเลิศก็หมายถึงหัวเถิกของเขา
ส่วนสุขุมนุ่มลึกก็หมายถึงอายุของเขา
เห็นแววรังเกียจในดวงตาผู้หญิง หวังต้าไห่ก็ไม่โกรธ
เขาเรียกพนักงาน สั่งอาหารขึ้นชื่อมาสองสามอย่าง จากนั้นก็เริ่มแนะนำตัวเองอย่างสนิทสนม
“คุณเจียงครับ ผมปีนี้อายุ 42 ปี มีรถมีบ้าน ตอนนี้เปิดร้านซ่อมรถเครือข่ายอยู่หลายสาขา”
จากนั้น เขาก็เริ่มคุยโม้เรื่องประวัติการสร้างธุรกิจของตัวเองไม่หยุด
สร้อยคอทองคำเส้นใหญ่ที่คอ สะท้อนแสงแสบตา แสดงถึงความมั่งคั่งของเขาอย่างเปิดเผย
เขาเล่าจนคอแห้ง หยุดดื่มน้ำหนึ่งแก้ว แล้วสรุปว่า “พูดสั้น ๆ เลยนะครับคุณเจียง ถ้าคุณยอมมาอยู่กับผม ผมรับประกันว่าชีวิตนี้คุณจะไม่ต้องกังวลเรื่องกินเรื่องใช้”
“ผมอาจจะอายุเยอะไปหน่อย แต่ผมสุขุมนุ่มลึกนะครับ”
“ผมอาจจะเคยหย่าแล้วมีลูก แต่ลูกไม่ได้อยู่กับผม”
“คุณยังเด็ก เรายังมีลูกของเราเองได้ ถึงตอนนั้นคุณก็ไม่ต้องทำงานให้เหนื่อยแล้ว แค่เลี้ยงลูกอยู่บ้านก็พอ ผมจะเลี้ยงคุณเอง”
สายตาของชายคนนั้น ลวนลามมองหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้ง “คุณเจียงครับ ผมพอใจในรูปร่างและหน้าตาของคุณมาก คุณพ่อคุณแม่คุณก็พอใจในตัวผมมากเหมือนกัน ไม่รู้ว่าคุณคิดยังไงครับ”
หวังต้าไห่แกว่งกุญแจรถบีเอ็มดับเบิลยูในมืออวดอย่างภูมิใจ รอคำตอบจากหญิงสาวอย่างมั่นใจ
เจียงซูถงข่มความอยากลุกจากไปไว้ สีหน้าเรียบเฉย “ขอโทษค่ะ คุณหวัง เราไม่เหมาะสมกัน...”
หวังต้าไห่ได้ยิน มือที่แกว่งกุญแจก็ชะงัก สีหน้าเริ่มไม่ค่อยดี “พูดตามตรงนะครับ คุณก็ใกล้สามสิบแล้ว ผู้หญิงอายุขนาดนี้ ถ้ายังเลือกมากอีกก็ไม่มีใครเอาแล้วครับ”
วินาทีนั้น มีผู้ชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามาอย่างเดือดดาล
เขาคว้ามือของเจียงซูถงขึ้นมาข้างหนึ่ง น้ำเสียงร้อนรน “ถงถง เธอมาทำอะไรนี่”
เจียงซูถงมองผู้ชายที่จู่ ๆ ก็โผล่มา ในใจพลันเกิดความรังเกียจ เธอสะบัดมือออก เย็นชา “ฉันมาดูนัดบอด คุณไม่เห็นหรือ”
สวี่หมิงเจ๋อชี้นิ้วไปที่ชายวัยกลางคนตรงหน้าเธอด้วยความไม่อยากเชื่อ “เจียงซูถง เธอจะทะเลาะกับฉันถึงขั้นมานัดบอดกับเสี่ยกลางคนเตี้ยอ้วนพุงพลุ้ยแบบนี้ไม่ได้นะ”
เจียงซูถงเงยหน้ามองอดีตแฟนที่คบกันมาสองปี น้ำเสียงเย็นเยียบ “สวี่หมิงเจ๋อ ฉันนัดบอดกับใครดูจะไม่เกี่ยวกับคุณนะ ในเมื่อคุณกำลังจะกลายเป็นน้องเขยฉัน จะมาสอดรู้สอดเห็นมากไปหน่อยไหม”
“แล้วอีกอย่าง สำหรับฉัน คุณหวังคนนี้ดีกว่าคนเจ้าชู้อย่างคุณที่กินบนครามบนไหตั้งเยอะ”
สวี่หมิงเจ๋อได้ยินคำตำหนิของเจียงซูถง ใบหน้าก็ฉายแววยากลำบากใจและรู้สึกผิด
แต่ตอนนี้เขาทนไม่ได้เลยที่เจียงซูถงจะไปนัดบอดกับชายอื่น นึกภาพเธออยู่กับชายอื่นไม่ได้เลย
เขาสูดลมหายใจลึก ระงับอารมณ์ไว้ “ถงถง กลับไปกับฉันก่อน เราค่อยคุยกันดี ๆ ได้ไหม”
พวกเขาทำเสียงดังมาก คนในร้านอาหารต่างแอบมองด้วยสายตาเสพดราม่า
ไม่นานทุกคนก็อนุมานจากคำพูดไม่กี่คำได้ว่า ผู้ชายคนนี้ตอนคบกับพี่สาว ไปนอกใจน้องสาวของแฟน
ตอนนี้พี่สาวออกมานัดบอด คนเจ้าชู้คนนี้ก็หวงก้างขึ้นมาอีก
หรือว่าจะคิดได้ทั้งพี่ทั้งน้อง แหม
ทุกคนต่างมองสวี่หมิงเจ๋อด้วยสายตาเหยียดหยาม
ในร้านอาหาร ชายคนหนึ่งที่มีสีหน้าเย็นชา ท่วงท่าสง่างามสูงศักดิ์ สายตาก็กวาดมองผ่านไปอย่างเรียบเฉยเช่นกัน
เมื่อสายตาตกลงบนใบหน้าของหญิงสาวคนนั้น ชายคนนั้นพลันรูม่านตาหรี่ลง จ้องเขม็งแน่นิ่งที่ใบหน้าของเธอ
ในดวงตาเต็มไปด้วยอารมณ์ซับซ้อน หน้าอกกระเพื่อมไหวเพราะความตื่นเต้น
ช่างเหมือนกับเธอเหลือเกิน!
ไม่ว่าจะเป็นคิ้วตาละเมียดของหญิงสาว หรือจมูกที่เล็กโด่งได้รูป หรือดวงตาใสซื่อมีชีวิตชีวาคู่นั้น ล้วนเหมือนกับเวินชิงเหอในวัยเด็กทุกประการ
แม้แต่ใต้ตาข้างซ้ายก็มีไฝอยู่จุดเดียวกัน
มองดูใบหน้าของหญิงสาว เผยอี้เฉินถึงกับนึกภาพเธอในวัยเด็ก ที่วิ่งตามหลังเขา ถามเขาขอลูกอมด้วยท่าทางซื่อ ๆ น่าเอ็นดู
แต่เขารู้ดี นั่นไม่ใช่เธอ
เพราะหลังจากเหตุเพลิงไหม้ครั้งนั้น เขาอายุสิบขวบ เป็นคนอุ้มร่างไร้วิญญาณของเธอออกมาเองกับมือ...
เผชิญหน้ากับการรบเร้าของสวี่หมิงเจ๋อ เจียงซูถงหยิบมือถือขึ้นมาส่งข้อความถึงน้องสาวอย่างเงียบ ๆ 【ดูแลผู้ชายของเธอด้วย เขามากวนนัดบอดฉัน】
วินาทีต่อมา มือถือของสวี่หมิงเจ๋อก็ดังขึ้น
สวี่หมิงเจ๋อเห็นสายเข้าจากเจียงมู่ฉิง ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก็รับสาย “ฮัลโหล ฉิงเอ๋อร์”
ปลายสาย เจียงมู่ฉิงพูดด้วยน้ำเสียงทรมาน “พี่หมิงเจ๋อ เหมือนหนูข้อเท้าพลิกค่ะ ฟู่... เจ็บมากเลย พี่มาตอนนี้ได้ไหม”
น้ำเสียงของเด็กสาวทั้งอ่อนแอและไร้ที่พึ่ง
สวี่หมิงเจ๋อมักจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นที่ต้องการและพึ่งพาได้จากเจียงมู่ฉิงเสมอ เขารีบตอบ “ตอนนี้เธออยู่ไหน”
“หนูอยู่สนามกีฬาโรงเรียน...”
“โอเค พี่จะไปเดี๋ยวนี้”
สวี่หมิงเจ๋อวางสาย แล้วพูดกับเจียงซูถง “ฉิงเอ๋อร์ข้อเท้าพลิก ฉันไปดูก่อน เธอจำไว้ อย่าให้ตาแก่หลอกนะ!”
ไม้ตายเดิมอีกแล้ว
เจียงซูถงแค่นเสียงดูถูกแฝงด้วยคำแดกดัน “แหม ดูท่าเจียงมู่ฉิงจะเป็นรักแท้ของคุณจริง ๆ เลยนะ”
สวี่หมิงเจ๋อหงุดหงิดขึ้นมา “ถงถง ฉิงเอ๋อร์ก็เป็นน้องสาวของเธอ เธอข้อเท้าพลิก คนเป็นพี่สาวอย่างเธอไม่ร้อนใจสักนิดเลยรึไง”
เจียงซูถงกลอกตาใส่ “คุณไม่สังเกตเห็นเลยหรือ ตอนที่ฉันนัดเดตกับคุณตามลำพังแต่ละครั้ง เธอไม่ปวดท้องก็ปวดหัว หาข้ออ้างสารพัดโทรเรียกคุณไปตลอด คุณว่าฉันควรจะร้อนใจไหมล่ะ”
ก่อนหน้านี้เธอปล่อยปละละเลย ไม่ได้เอะใจ
พอลองคิดดูตอนนี้ ทุกที่ล้วนเผยร่องรอยความสัมพันธ์ลับของพวกเขา
สวี่หมิงเจ๋อโต้กลับโดยไม่รู้ตัว “เป็นไปไม่ได้ ฉิงเอ๋อร์ไม่โกหกหรอก...”
ฉิงเอ๋อร์เป็นเด็กตัวเล็ก ๆ ที่ไร้เดียงสาและจิตใจดีขนาดนั้น จะไปโกหกได้ยังไง