บทที่ 5 จดทะเบียนสมรส
เป็นลูกสาวที่ว่าง่ายมาตลอด 20 กว่าปีต่อหน้าพ่อแม่ คราวนี้เรื่องแต่งงานเธออยากตัดสินใจด้วยตัวเอง ไม่ใช่ถูกพ่อแม่บีบบังคับให้แต่งกับคนแก่แบบหวังต้าไห่
ที่พ่อแม่กล้ารับเงินมัดจำสองหมื่นของหวังต้าไห่โดยพลการ ก็ยิ่งแสดงว่าพวกเขาตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่าจะขายเธอให้กับหวังต้าไห่นี่
ยังไม่รู้เลยว่าจะทำเรื่องน่ากลัวอะไรออกมาเพื่อบีบให้เธอพยักหน้ายอมรับการแต่งงานครั้งนี้
หรือไม่ก็แนะนำให้เธอรู้จักกับจางต้าไห่ หลี่ต้าไห่ คนอื่นต่อไปอีก
เผยอี้เฉินเห็นเธอตอบตกลง สีหน้าก็ยังไม่ได้แสดงอารมณ์มากนัก แต่แววตาอ่อนโยนลงมาก เขาพูดเบา ๆ ว่า “ถ้าอย่างนั้นเราไปสำนักทะเบียนราษฎร์กันเลยไหม”
เจียงซูถงพยักหน้า “ได้ค่ะ”
สำนักทะเบียนราษฎร์
“คุณสองคนขยับเข้ามาใกล้กันหน่อย” ช่างภาพมองช่องว่างระหว่างคนทั้งสองที่กว้างจนรถวิ่งผ่านได้ ก็อดจะเหงื่อตกไม่ได้
เผยอี้เฉินขมวดคิ้ว ฝืนขยับไปทางซ้ายนิดหน่อย
เจียงซูถงกลับไม่อิดๆ ออดๆ ขยับตัวเข้าไปนั่งใกล้เผยอี้เฉินโดยตรง
ไหล่ของทั้งคู่ชนกัน
เผยอี้เฉินที่ใช้ชีวิตมาเกือบสามสิบปี นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าใกล้ผู้หญิงขนาดนี้
เขาตัวแข็งทื่อไปทั้งตัว แนวกรามเกร็งแน่น
ส่วนเจียงซูถงผ่อนคลายมาก เธอนั่งตัวตรง มือทั้งสองวางไว้ข้างหน้าร่างกายอย่างเป็นธรรมชาติ ริมฝีปากประดับด้วยรอยยิ้มธรรมชาติ
ช่างภาพมองเผยอี้เฉินในกล้องที่สีหน้าเคร่งขรึม มองไปก็อดขมวดคิ้วไม่ได้
แต่แรงกดดันจากรัศมีที่แผ่ออกมาจากตัวผู้ชายนั้นรุนแรงเกินไป เขาไม่กล้าพูดอะไร ได้แต่เร่งให้เสร็จเร็ว ๆ
“เสร็จแล้วครับ”
รูปถูกปริ้นต์ออกมาอย่างรวดเร็ว
เมื่อเจียงซูถงเห็นเผยอี้เฉินในรูปที่มีสีหน้าคร่ำเคร่งเหมือนมีคนค้างเงินเขาเป็นล้าน ๆ เธอก็รู้สึกขำอย่างไม่มีสาเหตุ
แต่ยิ่งเผยอี้เฉินเย็นชาและห่างเหินกับเธอมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งวางใจมากขึ้นเท่านั้น
นั่นแสดงว่า เขาไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรต่อเธอ
ก็แค่คนที่ถูกทางบ้านเร่งรัดเรื่องแต่งงานเหมือนกัน และรีบหาใครสักคนมาเป็นคู่แต่งงานไปด้วยกัน
ถือทะเบียนสมรสที่ออกมาใหม่ ๆ เจียงซูถงแนะนำตัวเองว่า “คุณเผย สวัสดีค่ะ ฉันชื่อเจียงซูถง ต่อไปขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ!”
เผยอี้เฉินพยักหน้า “อืม คุณเจียง ผมชื่อเผยอี้เฉิน”
ทั้งสองแลกเปลี่ยนวีแชทและเบอร์มือถือกันอีก
เผยอี้เฉินเซฟชื่อเธอในวีแชทว่า ‘คุณนายเผย’
ส่วนเจียงซูถงเซฟชื่อเขาด้วยชื่อเต็มว่า ‘เผยอี้เฉิน’
เจ้าหน้าที่สำนักทะเบียนราษฎร์ต่างพากันตะลึงงันไปหมด คู่บ่าวสาวคู่นี้เป็นคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักกันมาก่อนหรือ?
เคยเห็นแต่งงานเร็ว แต่ไม่เคยเห็นขนาดไม่รู้แม้แต่ชื่ออีกฝ่าย
คนสมัยนี้นี่ เอาแต่ใจจริง ๆ
อารมณ์ชั่ววูบคือปีศาจ หลายคู่ที่แต่งงานเร็ว พอผ่านไปสามเดือน ก็กลับมาที่สำนักทะเบียนราษฎร์อีกครั้ง
พวกเขาเห็นมามากแล้ว
เดินออกจากสำนักทะเบียนราษฎร์ มองทะเบียนสมรสในมือ เจียงซูถงยังรู้สึกไม่จริงเลย เธอบ้าบิ่นไปจดทะเบียนกับผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งได้ยังไงกัน!
ตอนนั้นเอง มือถือในกระเป๋ากางเกงของเผยอี้เฉินดังขึ้น เขาหยิบออกมาดู เป็นเผยเจิ้งผิง พ่อของเขา
เขาส่งสัญญาณให้เจียงซูถงทราบว่าจะขอรับโทรศัพท์ก่อน
พอสายต่อติด ก็มีเสียงค่อนข้างเกรี้ยวกราดของเผยเจิ้งผิงดังขึ้น “ไอ้เด็กบ้า ตอนนี้แกอยู่ไหน?”
“อยู่สำนักทะเบียนราษฎร์”
เผยเจิ้งผิงตกใจ เขาแทบไม่เชื่อหูตัวเอง “แกไปสำนักทะเบียนราษฎร์ทำอะไร? เมื่อกี้ฝ่ายหญิงไปที่ร้านอาหารตรงเวลาแต่ไม่เห็นแกเลยนะ!”
เผยอี้เฉินมองแผ่นหลังของผู้หญิงที่เดินนำหน้าไป พลางพูดขึ้นว่า “ผมไปหาร้านอาหารเอง เจอผู้หญิงที่ถูกตาต้องใจเลยอยู่ด้วยกันแล้วจดทะเบียนเลย”
วันนี้เขามาถึงเร็วกว่ากำหนดสิบห้านาที ตอนไปถึงร้านอาหาร ฝ่ายที่นัดดูตัวไว้ยังมาไม่ถึง
ก็เลยบังเอิญ ได้เจอเธอ
เผยเจิ้งผิงรู้สึกเหมือนตัวเองถูกฟ้าผ่าจนเกรียมทั้งเป็นในทันที “แก แกนี่มันเหลวไหลเกินไปแล้ว! ฝ่ายดูตัวที่ฉันหามาให้แก ล้วนเป็นคุณหนูลูกเศรษฐีที่เหมาะสมกับฐานะตระกูลเราทั้งนั้น แกดีเหลือเกิน กลับไปหาผู้หญิงที่ไม่รู้จักที่ไหนมาจดทะเบียนสมรส!”
เผยอี้เฉินน้ำเสียงเนือย ๆ “ก็พวกคุณเร่งให้ผมแต่งงานไม่ใช่หรือไง?”
กว่าจะแต่งงานได้ ก็ไม่ถูกใจอีก
เผยเจิ้งผิงรู้สึกว่าตัวเองจะต้องถูกลูกชายคนนี้ทำให้หัวใจวายตายในสักวันแน่ ๆ “ปัญหาคือ แกไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเธอเลย บ้านเป็นไง นิสัยใจคอเป็นยังไง นิสัยดีหรือเปล่า แกก็ไม่รู้ แล้วแกก็ทำแบบนี้รับคนเข้าบ้าน! ฉันบอกเลยนะ ตระกูลเผยเราไม่ยอมรับสะใภ้คนนี้!”
เผยอี้เฉินเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงข้างหนึ่ง เอนตัวพิงกำแพง น้ำเสียงแฝงความเย็นชาอยู่บ้าง “ต้องให้ผมเตือนคุณหรือเปล่า? ตอนนั้นคุณแต่งฟางซินหลิงเข้าบ้าน ก็ไม่ได้ขอความเห็นชอบจากคุณปู่เหมือนกัน...”
“แก——”
คำโต้แย้งของเผยเจิ้งผิงติดค้างอยู่ในลำคอชั่วขณะ
แต่มันจะเหมือนกันได้ยังไง?
ฟางซินหลิงให้กำเนิดลูกชายที่โตขนาดนี้กับเขา แล้วเขาจะไม่ให้ลูกชายหวนคืนสู่วงศ์ตระกูลได้ยังไง!
“เอาแบบนี้แล้วกัน ฉันให้เวลาพวกแกหนึ่งปี ถ้าผ่านไปหนึ่งปีแล้วแกยังคิดว่าเธอคู่ควรกับฐานะคุณนายใหญ่แห่งตระกูลเผย งั้นตระกูลเผยเราก็ยอมรับสะใภ้คนนี้ ข้อแม้คือ ในหนึ่งปีนี้แกห้ามเปิดเผยว่าแกคือทายาทของปั๋วอวี่กรุ๊ป”
“ถ้าผมไม่ตกลงล่ะ?”
ใช้ชีวิตด้วยฐานะคนธรรมดา สำหรับเขาแล้วมีเรื่องไม่สะดวกมากมาย
เผยเจิ้งผิงส่งเสียงฮึดฮัดอย่างแรง “ถ้าแกไม่ตกลง งั้นฉันก็จะออกหน้าบีบให้เธอหย่ากับแก!”
เผยอี้เฉินรู้ว่าพ่อของเขาทำเรื่องแบบนี้ออกมาได้แน่ ๆ
นึกถึงภาพนั้นขึ้นมา คิ้วของเขาก็ขมวดแน่นกว่าเดิม ได้แต่ตอบตกลงไปก่อน
ยังไงเสีย เมื่อกี้ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ได้ไต่ถามเงินเดือนและเงินเก็บของเขาอย่างละเอียด คงไม่ใช่คนสนใจเรื่องพวกนี้
เผยอี้เฉินเก็บมือถือ ก้าวขายาว ๆ ไล่ตามเจียงซูถงที่เดินนำหน้าไป “คุณพักอยู่ที่ไหน ผมไปส่ง”
“บ้านฉันอยู่แถบเมืองเก่าค่ะ”
เจียงซูถงอดที่จะถามด้วยความสงสัยไม่ได้ “ดูเหมือนครอบครัวของคุณจะไม่เห็นด้วยเลยที่คุณแต่งงานโดยพลการ?”
เมื่อกี้แม้เธอจะจงใจเลี่ยงออกมา แต่ก็ยังได้ยินเลา ๆ ว่าคนในโทรศัพท์ พอรู้ว่าเขาแต่งงานก็เพิ่มระดับเสียงขึ้นมากเลย
“ไม่เป็นไร เรื่องแต่งงานของผมตัดสินใจเองได้”
เผยอี้เฉินเดินไปที่รถโรลส์-รอยซ์สีดำ เปิดประตูฝั่งคนนั่งให้เธอ “ขึ้นรถเถอะ”
สัญลักษณ์ของโรลส์-รอยซ์สะท้อนแสงเย็นภายใต้แสงแดดจ้า
เจียงซูถงถึงกับตกใจจนต้องขยี้ตา เธอเดินเข้าไป ชี้ไปที่รถ พูดจาตะกุกตะกัก “นี่ นี่คือโรลส์-รอยซ์ในตำนานน่ะหรือ?”