"เกิดอะไรขึ้น!"
ก้มลงมอง ลู่หย่วนเบิกตากว้าง เขาจำไม่ได้ว่าเคยสักลาย
ขณะกำลังฉงน ลายสักก็เปล่งแสงวาบขึ้นมา กวาดผ่านน้ำยาเสริมพลังลมปราณบนโต๊ะ
"นี่มัน!"
เพียงแค่กวาดครั้งเดียว ข้อมูลมหาศาลก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวของลู่หย่วน สูตร กระบวนการผลิต คือข้อมูลทั้งหมดของน้ำยาหลอดนี้
"เป็นไปได้ยังไง..."
ครู่ต่อมา เขาก็ได้สติขึ้นมา ลู่หย่วนเต็มไปด้วยความตกตะลึง
ในฐานะน้ำยาเสริมพลังลมปราณรุ่นล่าสุดของซิงเหยา กรุ๊ป ไม่นับอุปกรณ์และวัตถุดิบ ว่ากันว่าค่าวิจัยเพียงอย่างเดียวก็สูงถึงแสนล้าน สูตรและกระบวนการจึงเป็นความลับสุดยอดเหนือความลับใด ๆ
แค่ลายสักที่หน้าอกกวาดผ่านครั้งเดียว เขากลับรู้ทั้งหมด!
"นี่ไม่ใช่!"
ลู่หย่วนนึกขึ้นได้ ก่อนหน้านี้ที่บ้านของเหลียงหงอวิ๋น เขาก็เป็นแบบนี้ จู่ ๆ ก็รู้สภาพร่างกายของเหลียงหงอวิ๋น
หรือว่า นี่คือผลของลายสักลึกลับด้วยเหมือนกัน
เพียงแต่ตอนนั้นเขาใส่เสื้ออยู่ เลยไม่ได้สังเกต
"เดี๋ยวก่อน!"
ขณะที่ลู่หย่วนกำลังตกใจ เขาก็พบว่า
สูตรของน้ำยาเสริมพลังลมปราณนี้ดูเหมือนจะมีข้อบกพร่องและจุดด้อยมากมาย
และดูเหมือนว่าเขาจะสามารถแก้ไขข้อบกพร่องและจุดด้อยเหล่านี้ได้ เพื่อพัฒนาน้ำยาเสริมพลังลมปราณรูปแบบใหม่ที่เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ!
ก็เหมือนกับก่อนหน้านี้ที่เขาวิเคราะห์ข้อบกพร่องของร่างกายเหลียงหงอวิ๋น และรู้ว่าจะแก้ไขและรักษาข้อบกพร่องนั้นได้อย่างไร
เมื่อตระหนักถึงจุดนี้ ลู่หย่วนก็ตื่นเต้นอีกครั้ง
น้ำยาเสริมพลังนี้แค่วิจัยก็ใช้ไปเป็นแสนล้าน แล้วเวอร์ชันอัปเกรดของเขาล่ะ จะมีมูลค่าแค่ไหน?
ด้วยความตื่นเต้น เขาไม่ทันคิดอะไรมาก รีบลองแก้ไขทันที
"ไม่ไหวแล้ว"
ครู่ต่อมา เขาแก้ไขข้อบกพร่องได้แค่ประมาณ 10% ก็ทำต่อไม่ได้
ลู่หย่วนพบว่า การทำงานของรอยสักประหลาดนี้ต้องใช้ 'พลังจิต' ของเขา
ในการวิเคราะห์น้ำยาหลอดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจและรักษาเหลียงหงอวิ๋นก่อนหน้านี้ 'พลังจิต' ของเขาแทบจะหมดลงแล้ว
[0/96]
ตัวเลขนี้ปรากฏในหัว คือค่าที่เหลือและค่าสูงสุดของพลังจิต
ในเวลาเดียวกัน ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับพลังจิตก็ปรากฏขึ้นมาด้วย
นี่คือรูปแบบพลังงานที่มาจากจิตใจ ปกติแทบไม่ต้องใช้ แต่เป็นพลังงานในการทำงานของรอยสักที่หน้าอก
เมื่อพลังจิตสูงถึงระดับหนึ่ง ก็สามารถวิวัฒนาการเป็นพลังงานรูปแบบที่สูงขึ้นเพื่อใช้ในการต่อสู้!
แต่นั่นเป็นเรื่องในอนาคต ปัญหาสำคัญตอนนี้คือ
จะฟื้นฟูพลังจิต และแก้ไขข้อบกพร่องที่เหลือของน้ำยาเสริมพลัง เพื่อให้ได้น้ำยาระดับสมบูรณ์แบบได้อย่างไร
"อะดรีนาลีน?"
ในฐานะพลังงานทางจิต วิธีฟื้นฟูพื้นฐานที่สุดคือการพักผ่อน แต่มันช้ามาก หนึ่งคืนก็ได้แค่หนึ่งหรือสองแต้ม
ยกเว้นการกระตุ้นด้วยอะดรีนาลีน!
เพราะปัญหาเรื่องความเข้ากันได้ จึงไม่สามารถฉีดจากภายนอกได้ ต้องอาศัยการผลิตจากร่างกายเท่านั้น
"แล้วจะทำยังไงดี"
ลู่หย่วนขมวดคิ้ว อะดรีนาลีนเป็นฮอร์โมนที่หลั่งเมื่อร่างกายถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง
เช่น ความกลัว ความเจ็บปวด!
เขาต้องทำร้ายตัวเองเพื่อฟื้นฟูพลังจิตงั้นหรือ?
แกร๊ก!
ขณะที่กำลังครุ่นคิด เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นมา
ลู่หย่วนเดินออกจากห้องนอน เห็นซูทีเถียนปิดประตูเข้ามา
"ยังจะมาอีกเรอะ!"
"อย่าคิดว่าฉันมาขอคืนดีนะ ฝันไปเถอะ"
ซูทีเถียนส่งเสียงเย็นชา พูดขึ้นตรง ๆ
"ได้ยินว่าแกเซ็นสัญญาใหญ่ได้น้ำยาเสริมพลังลมปราณมาหนึ่งหลอด เอามาสิ"
"เอามา?"
ลู่หย่วนขมวดคิ้ว สีหน้าเครียด
"หมายความว่าไง"
"จะหมายความว่าไง? เอาน้ำยาเสริมพลังหลอดนั้นมาให้ฉัน!"
ซูทีเถียนยื่นมือมา ท่าทางเป็นเรื่องที่สมควรแล้ว
"ก็ชดใช้ค่าเสียหายวัยสาวของฉันสามปีนี้!"
ต้นไม้ไร้เปลือกย่อมตาย คนไร้ยางอายย่อมไร้เทียมทาน
เชี่ย!
ซูทีเถียนนังแพศยาคนนี้ กล้ามาเรียกร้องค่าเสียหายวัยสาวจากเขาอีก
สามปีที่คบกัน ตอนเรียน ค่าครองชีพส่วนใหญ่ของลู่หย่วนใช้ไปกับการพาซูทีเถียนกินข้าว ซื้อของขวัญ หลังเรียนจบทำงานปีนี้ นอกจากออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดของทั้งสองคนแล้ว เงินเดือนที่เหลือก็หมดไปกับซูทีเถียน
ถ้าไม่ใช่เพื่อหาเงินมาใช้จ่ายฟุ่มเฟือยตามความฟุ้งเฟ้อของซูทีเถียน เขาซึ่งเป็นนักเรียนดีเด่นด้านเภสัชกรรม ก็ไม่ต้องลาออกจากหน่วยงานที่มั่นคงและมีสวัสดิการครบครัน มาทำเป็นพนักงานขายน้ำยาห่าอะไรนี่ที่ซิงเหย่า
ตอนนี้ ซูทีเถียนสวมเขาให้เขาครั้งหนึ่ง ยังหน้ามึนมาเรียกร้องค่าเสียหายวัยสาวกับเขาอีก
ลู่หย่วนโมโหจนขำ ส่งเสียงเย็นชา
"เหลียงไข่ก็มีเงินไม่ใช่เรอะ น้ำยาราคาแค่ 660,000 มันไม่พอค่าขนมหนึ่งเดือนของเหลียงไข่หรอกนะ แกถึงขั้นถวายตัวแล้ว เหลียงไข่ไม่ให้แกเหรอ"
"เหลียงไข่จะให้หรือไม่ให้ มันเรื่องของเรา ตอนนี้ฉันจะเอาหลอดของแก!"
ซูทีเถียนหน้าตึงขึ้นทันที ท่าทางโกรธจนหน้าแดง
ลู่หย่วนได้แต่หัวเราะเย็นชา เขาเข้าใจซูทีเถียนดีเกินไป ดูเหมือนว่าเขาจะพูดถูกจุดสำคัญ
ดูท่า เหลียงไข่จะไม่ได้ใจกว้างและมีเงินอย่างที่ซูทีเถียนคิด
ลู่หย่วนนึกขึ้นได้ คืนนั้นเหลียงไข่เอ่ยปากขอเงินหนึ่งล้านจากเหลียงหงอวิ๋น หรือว่าเพื่อซื้อน้ำยาเสริมพลังลมปราณให้เธอ?
เห็นได้ชัดว่า เหลียงไข่ไม่ได้เงินก้อนนั้น
แต่ก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับลู่หย่วนแล้ว
"อย่ามาพล่าม! ฉันยังไม่ได้ให้แกคายเงินที่ใช้ของฉันตลอดสามปีนี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว ค่าเสียหายวัยสาวบ้าอะไร นังแพศยาอย่างแก มันไม่คู่ควร!"
"แก!"
"แกอะไรของแก! ไปให้พ้น! อย่ามากวนเวลาฉันใช้น้ำยาเสริมพลังลมปราณ"
ลู่หย่วนตะคอกเสียงเย็น แล้วเสริมอีกประโยค
"แล้วก็ เอากุญแจบ้านฉันคืนมา ครั้งหน้าแกยังแอบเข้ามาอีก ฉันจะแจ้งความ!"
"ลู่หย่วน แกกล้าดีพูดกับฉันแบบนี้!"
สามปีนี้ ลู่หย่วนประคบประหงมซูทีเถียนเหมือนเจ้าหญิง ปกติพูดเสียงดังยังไม่เคย นับประสาอะไรกับการด่าเธอแบบนี้
ซูทีเถียนโกรธจัด เตรียมจะหมุนตัวเดินออกไป แต่พอก้าวไปได้สองก้าวก็หยุด
ไม่ได้น้ำยาเสริมพลังลมปราณหลอดนี้ไป เธอไม่ยอม
ยังไงซะ ของของลู่หย่วนก็คือของเธอ เธอถือว่านี่เป็นเรื่องที่สมควรแล้ว
"ว่าไง แกจะทำยังไงถึงจะคืนน้ำยาเสริมพลังให้ฉัน"
ซูทีเถียนระงับความโกรธชั่วคราว หมุนตัวกลับมามองลู่หย่วนอย่างขุ่นเคือง
"คืน? เชี่ย! แกโดนเหลียงไข่เย็ดจนสมองเสื่อมแล้วเรอะ ฟ้ายังสว่างอยู่เลยยังฝันกลางวันอีก ฉันไม่..."
ลู่หย่วนถึงกับพูดไม่ออก กำลังด่ากระหน่ำไปได้ครึ่งทางก็หยุด
แค่ได้ด่าไปอย่างนี้ มันถูกซูทีเถียนไปหน่อย
จากเรื่องเมื่อวานนี้ เขาเห็นตัวตนที่แท้จริงของซูทีเถียนชัดเจน
เพื่อให้ได้น้ำยาหลอดนี้ เธอทำได้ทุกอย่าง
บางที อาจจะสนุกกับมันได้
"ได้สิ"
คิดได้ดังนั้น ลู่หย่วนก็ยิ้มออกมา นั่งบนโซฟาอย่างผึ่งผาย
"แกก็อยากได้น้ำยาเสริมพลังไม่ใช่เรอะ ถ้าแกยอมเป็นทาสฉันหนึ่งเดือน เจ้านายอย่างฉันก็จะให้แก"
"ลู่หย่วน!"
ถึงกับให้เธอเป็นทาส ซูทีเถียนโกรธจนหน้าแดงทันที แล้วก็นึกอะไรขึ้นมาได้
"ที่แกพูดนี่ หมายถึงทาสแบบนั้นใช่ไหม"
"ไม่งั้นล่ะ นอกจากประโยชน์ข้อนี้แล้ว แกยังทำอะไรได้อีก"