เฉินโม่ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนเอ่ยขึ้น
“คนที่สร้างกวนหลานอวี่จิงออกมาได้ถึงระดับนี้ ย่อมมีฝีมืออยู่บ้าง ตกลง บ่ายนี้คุณจัดนัดหมาย แล้วพาเขามาหาผม”
“ได้เลยครับ! คุณเฉิน ผมจะไปจัดการเดี๋ยวนี้!” หลิวซินดีใจจนเนื้อเต้น รีบหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรทันที
ในใจอดทอดถอนใจไม่ได้ว่า คุณเฉินคนนี้ช่างเป็นดาวนำโชคและขุมทรัพย์ของเขาจริง ๆ
บ่ายวันนั้น ณ ห้องรับรองของเรือนยูหลง
เฉินโม่เปลี่ยนเป็นชุดลำลองสีดำที่ดูสะอาดเรียบร้อย แล้วพาหลินว่านมาถึงที่นั่น
ไม่นาน หลิวซินก็พาชายวัยกลางคนที่ดูซูบเซียวเข้ามาในห้อง
ชายคนนั้นสวมสูทที่ยับเล็กน้อย ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายหดหู่สิ้นหวัง
เขาคือหลิวเฟย ลูกพี่ลูกน้องของหลิวซิน และเป็นผู้บริหารบริษัทอสังหาริมทรัพย์เฟยอวี่
“คุณเฉิน นี่หลิวเฟย ลูกพี่ลูกน้องที่ไม่ได้เรื่องของผมครับ!”
หลิวซินเพิ่งก้าวเข้าประตูก็เอ่ยขึ้นทันที
“คุณเฉิน… สวัสดีครับ” หลิวเฟยยื่นมือออกไปอย่างประหม่า น้ำเสียงแหบพร่า
หลายวันมานี้เขาถูกเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบและเจ้าหนี้เงินระดมทุนภาคประชาชนตามรุมเร้าทุกวัน สำนักงานขายโครงการก็ถูกทุบทำลาย บริษัทกำลังจะเข้าสู่กระบวนการชำระบัญชีเพื่อปิดกิจการ ส่วนที่ดินแปลงสำคัญของบริษัทก็ใกล้จะถูกศาลบังคับขายทอดตลาด
ก่อนมาที่นี่ เขาได้ฟังหลิวซิน ลูกพี่ลูกน้องของตนบรรยายถึงคุณเฉินหนุ่มคนนี้ว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่มองทะลุเส้นทางแห่งโชคลาภและขยับเงินทุนได้เป็นร้อยล้าน พอมาเห็นตัวจริง เขาก็ยิ่งรู้สึกกระวนกระวายใจ
“นั่งก่อน” เฉินโม่พยักหน้าเล็กน้อย สายตากวาดมองหลิวเฟย “ประธานหลิว ได้ยินว่าตอนนี้คุณมีปัญหาคาราคาซังอยู่หลายเรื่อง ถึงขั้นใกล้จะจ่ายหนี้เงินกู้นอกระบบไม่ไหวแล้วใช่ไหม?”
เพียงประโยคเดียวก็แทงใจดำ ไม่เหลือหน้าตาให้หลิวเฟยแม้แต่น้อย
