จิ่งอวี่ชวนหัวเราะพลางลูบท้ายทอยจิ่งโจวเบา ๆ “ไปเรียกคุณอาเหอมาทางนั้นหน่อย ชั่งน้ำหนักเสร็จแล้วเราจะกลับบ้านกัน”
“ได้ครับ” จิ่งโจววิ่งเหยาะ ๆ ไปไกลออกไป
เซี่ยงเถียนยังคงนึกถึงเรื่องที่โรงพยาบาลเมื่อสัปดาห์ก่อน “กลับไปแล้วเราไปบ้านแม่เลยไหม?”
“แวะเอาบ๊วยกับลูกพีชเหลืองไปฝากแม่ยายก่อน แล้วค่อยไปกัน” จิ่งอวี่ชวนพูดจนตัวเองคล้อยตามไปแล้ว ที่บ้านมีเจ้าตัวเล็กสองคนอยากเผือกเรื่องชาวบ้านทุกวัน เขาจะทำอะไรได้ล่ะ? แน่นอนว่าต้องสนับสนุนสิ
ทางนั้นจิ่งโจวเรียกเหออวี่มาแล้ว อีกฝ่ายถือเครื่องชั่งแบบมีคาน แค่เกี่ยวตะขอใหญ่ไว้กับตะกร้าแล้วดูขีดบนคาน ตุ้มน้ำหนักที่ห้อยอยู่ชั่งได้ถึง 100 ชั่ง
“วิศวกรจิ่ง เก็บหมดแล้วครับ”
“อืม ชั่งดูสิ”
“ได้ครับ” เหออวี่เอาตะขอเกี่ยวตะกร้าที่ใส่ลูกพีชเหลืองไว้ “19 ชั่ง 4 เหลี่ยง” เขาวางตะกร้าลง แล้วเปลี่ยนไปเกี่ยวตะกร้าที่ใส่บ๊วย “30 ชั่ง 2 เหลี่ยง”
จิ่งอวี่ชวนพยักหน้า “ตอนเก็บพวกเราก็กินไปไม่น้อย งั้นปัดเป็นเลขกลม ๆ เลยแล้วกัน ลูกพีชเหลือง 20 ชั่ง ชั่งละ 1 เหมา 8 เฟิน ก็เป็น 3 หยวน 6 เหมา ส่วนบ๊วยมีลูกที่เป็นรูหนอนต้องคัดทิ้งไม่น้อย คิดเป็น 35 ชั่งแล้วกัน ชั่งละ 9 เฟิน ก็เป็น 3 หยวน 1 เหมา 5 เฟิน”
เหออวี่ไม่คิดว่าเขาจะปัดตัวเลขแบบนี้ จึงตกใจจนรีบโบกมือ “ไม่ต้อง ๆ ครับ ต่อให้คนมารับซื้อก็ต้องคัดออกเหมือนกัน ให้แค่ 6 หยวนก็พอแล้ว”
“ถ้าผมไปซื้อที่สหกรณ์ ราคาคงแพงขึ้นเป็นเท่าตัว อย่างน้อยลูกพีชเหลืองนี่ก็ชั่งละ 3 หยวน 6 เหมาแล้ว ผมได้เปรียบตั้งเยอะ รับไปเถอะ อย่ามัวเกรงใจกันอยู่เลย” จิ่งอวี่ชวนหยิบเงิน 7 หยวนออกมายัดใส่มือเหออวี่
