จิ่งอวี่ชวนยื่นมือรินชาให้จิ่งจวิ้นกังหนึ่งถ้วย แล้วก็รินให้ตัวเองอีกถ้วย ก่อนจะเติมน้ำร้อนลงในกาน้ำชา
เขาพูดว่า “ถ้าอย่างนั้น เรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่สถานีตำรวจของพวกคุณจะจัดการได้คนเดียวแล้วสินะ?”
“อืม พวกเขามีความเกี่ยวข้องกับแก๊งค้ามนุษย์หลายกลุ่ม บางกลุ่มก็ถูกคนข้างบนจับตาดูอย่างใกล้ชิด พอดีทางนี้มีเบาะแสให้สืบต่อ หลังปีใหม่ก็จะมีคนมารับช่วงต่อ”
“ฉันก็ว่าอยู่ว่าทำไมเรื่องใหญ่ขนาดนี้ นายยังอยู่บ้านได้สบาย ๆ ที่แท้ตอนนี้นายไม่มีอำนาจสอบสวนแล้วนี่เอง”
จิ่งจวิ้นกังถลึงตามองจิ่งอวี่ชวน ก่อนคว้ากาน้ำชาไป “ไปดูในครัวสิว่าพอจะช่วยอะไรได้บ้าง โตขนาดนี้แล้วยังไม่รู้จักดูตาม้าตาเรืออีก”
“ขี้เหนียว” จิ่งอวี่ชวนดื่มชาจนหมดอีกอึก วางถ้วยชาลงบนโต๊ะชาเสียงดังแกร๊ง
จิ่งจวิ้นกังตกใจจนรีบประคองถ้วยชาด้วยสองมือ แล้วยกขึ้นเหนือศีรษะตรวจดู โชคดีที่ไม่แตก พอมองใกล้ ๆ ยังเห็นรอยเลือน ๆ บนก้นถ้วย คล้ายมีตัวอักษรเขียนว่า ‘ของถวายหลวง’
“ไอ้เด็กนี่” จิ่งจวิ้นกังบ่นพลางวางถ้วยลง เขาเริ่มสงสัยแล้วว่าที่ที่อันตรายที่สุดจะเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดจริงหรือเปล่า
ในครัวก็วุ่นวายคึกคักไม่แพ้กัน เซี่ยงเถียนกับจิ่งโจวนั่งบนม้านั่งเตี้ย ก้มหน้าชนกันล้างผักในกะละมังใบใหญ่
ข้างตัวทั้งคู่มีกะละมังใบเล็กวางอยู่คนละใบ ผักข้างในเต็มจนพูนปิดก้นกะละมังไปหมดแล้ว
สวี่ชิงอวี้กำลังหั่นเนื้อ พอแช่แข็งแล้วก็หั่นง่ายขึ้น แต่ละชิ้นบางเฉียบราวปีกจักจั่น ม้วนงอนิด ๆ วางเรียงในจาน ดูแล้วชวนให้น้ำลายสอ
