เธอเชิดคางขึ้นอีกครั้ง มองไปยังบ้านหลังสุดท้าย “บ้านนั้นคนเยอะหน่อย บ้านสองห้อง ขนาดห้าสิบกว่าตารางเมตร มีคนอยู่ตั้งเก้าคน”
ไม่มีใครรู้ชื่อจริงของหญิงชราบ้านนั้น สามีของเธอชื่อสวีต้าจ้วง คนหนุ่มสาวในลานบ้านเรียกเธอว่าป้าสวี สามีเคยเป็นช่างตีเหล็กระดับหกในโรงงานเหล็ก แต่ทำงานจนขาบาดเจ็บ ปกติเดินกะเผลกอยู่ตลอด เลยยกตำแหน่งงานให้สวีเถี่ยจู้ ลูกชายคนรอง ลูกชายคนรองแต่งงานแล้ว ภรรยาชื่อเติ้งหง มีลูกสาวหนึ่งคน
ส่วนสวีกังจู้ ลูกชายคนโต ทำงานที่โรงงานเหล็กเหมือนกัน แต่ฝึกงานช่างประกอบ เขาก็อยู่ที่นี่ด้วย ภรรยาชื่อกงชุ่ยเฟิน มีลูกสาวสองคนแล้ว”
เซี่ยงเถียนฟังอย่างออกรส จากที่ได้ยิน ดูเหมือนป้าหานจะมีท่าทีดีต่อหนุ่มสาวสองคนที่อยู่บ้านข้าง ๆ แต่กลับไม่ชอบครอบครัวป้าสวีเอามาก ๆ!
แต่เซี่ยงเถียนมองไปทางนั้นอย่างละเอียดแล้วก็รู้สึกว่าบ้านไม่มีใครอยู่เลย!
“ไม่ต้องมองแล้ว วันนี้ผู้หญิงบ้านนั้นพาลูก ๆ ไปขอข้าวบ้านคนอื่นกันหมด!”
เซี่ยงเถียนเบิกตากลมโต หยิบผลไม้เชื่อมที่ตัวเองเอามาออกมา จิ่งโจวกินไปเกือบครึ่งแล้ว เธอรีบยื่นให้ป้าหานกับจ้าวหรู “ป้าหาน พี่จ้าว กินหน่อยสิ กินไปคุยไป!”
จิ่งอวี่ชวนกับจิ่งโจวดูบ้านเสร็จแล้ว ทั้งคู่ยืนฟังอย่างสนอกสนใจอยู่ข้างหลัง
ป้าหานมองทั้งสามคน จริง ๆ เธอก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมยังหนุ่มสาวกันอยู่แท้ ๆ ถึงมีลูกชายโตขนาดนี้ แต่ยังไม่สนิทกัน จึงไม่กล้าถาม เธอหยิบผลไม้เชื่อมเข้าปากหนึ่งชิ้น รสหวานอมเปรี้ยว ทำให้ยิ่งอยากเล่าต่อ
