หยางหวยฮวาเบ้ปาก แต่ก็ยังไม่วายหยิบต้นหอม ขิง และเห็ดหอมที่สับไว้ใส่กะละมัง มือที่ใช้ตะเกียบคนไส้เนื้อยังขยับไม่หยุด
“ขึ้นรถเที่ยวหกโมงเช้าลงชนบทไปแล้ว ไปหมู่บ้านเหอโกวตามหาลูกสาวคนที่สามของบ้านนั้น”
เซี่ยงเถียนไม่เข้าใจจริง ๆ “ไปหาเธอทำไมคะ?”
“จะทำไมได้อีกล่ะ เขาให้สินสอดไปตั้งสองร้อยหยวน เมียหายไปคนหนึ่ง บ้านนั้นก็ต้องชดใช้คนใหม่ให้เขาสิ”
“แต่ปัญญาชนที่ลงชนบทไปแล้ว ไม่ใช่ว่าเธออยากกลับมาแต่งงานก็กลับมาได้เสียหน่อยนี่คะ?”
หยางหวยฮวาส่ายหน้า “ใครจะไปรู้ว่าคนบ้านนั้นคิดอะไรกัน ถึงกับยกกันไปทั้งครอบครัว สงสัยจะไปลากตัวกลับมาตรง ๆ ละมั้ง”
ในที่สุดเซี่ยงหนานก็เห็นว่าทุกคนเงียบกันแล้ว จึงหาโอกาสแทรกขึ้นมาได้ “พี่ไม่รู้หรอกว่าป้าซูนั่นทำเกินไปแค่ไหน ถึงกับมาด่าคนถึงหน้าบ้านเรา บอกว่าผมอยู่บ้านทุกวัน ทำไมไม่ช่วยเฝ้าประตูบ้านให้ แล้วก็ยังจะให้บ้านเราชดใช้ค่าเสียหายให้บ้านเธออีก”
เซี่ยงเถียนตกใจ “หน้าด้านอะไรขนาดนั้น ใครจะไปเฝ้าประตูบ้านให้เธอ?”
เซี่ยงอิ๋นคิดแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ “พี่ยังไม่รู้จักแม่ตัวเองอีกเหรอ แม่สวนกลับไปทันที จนตอนนี้เวลาออกจากบ้าน เธอยังต้องดูก่อนว่าบ้านเราเปิดประตูอยู่หรือเปล่าค่อยไป”
เซี่ยงเถียนยกนิ้วโป้งให้ “แม่เก่งที่สุดเลย”
“พอแล้ว มาห่อเกี๊ยวกัน” หยางหวยฮวาหยิบไม้คลึงแป้ง เตรียมจะเริ่มรีดแป้งห่อ
เกี๊ยวแป้งขาวกลมป้อมทยอยลงหม้อ เดือดพล่านอยู่ในน้ำจนเซี่ยงหนานกลืนน้ำลายเอื๊อก แป้งขาวนี่เขาไม่ได้กินมานานมากแล้ว
