คุณปู่เกามองสวีเถี่ยจู้ส่งชายชราสวีเข้าไปในห้อง ก่อนจะส่ายหน้า เสียงท้องร้องจ๊อก ๆ ของสองคนนั้นทำเอาเขาจนปัญญา ผู้ใหญ่สองคนอยู่บ้านแท้ ๆ กลับกำลังจะอดตาย
สวีเถี่ยจู้คงหมดทางไปแล้ว เขาไม่เชื่อหรอกว่าในกระเป๋าจะไม่มีเงินสักเหมาเดียว ไม่สนใจทั้งพ่อทั้งลูกสาวของตัวเอง ปล่อยให้อดข้าวไปตั้งสองมื้อ
ไม่นานสวีเถี่ยจู้ก็ออกมา จิ่งอวี่ชวน เซี่ยงเถียน และสวีเถี่ยจู้มุ่งหน้าไปยังคณะกรรมการปฏิวัติ
คุณปู่เกาบอกจิ่งโจวว่า “เล่นคนเดียวไปก่อนนะ”
“ได้ครับ คุณปู่เกา”
คุณปู่เกากลับบ้านไปหยิบหมั่นโถว แล้วมุ่งหน้าไปตระกูลสวี พอเข้าไปในบ้านก็ขมวดคิ้ว บ้านหลังนี้ปล่อยให้รกขนาดนี้ได้ยังไงกัน?
“แค่ก ๆ มานั่งสิ” ชายชราสวีพูดพลางพยายามยันตัวขึ้นนั่ง
คุณปู่เกานั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง แล้วยื่นชามใบหนึ่งให้ข้างในมีหมั่นโถวสองลูก น่าจะเป็นของที่คุณปู่เกาอุ่นไว้ตั้งแต่เช้า ตอนนี้ยังอุ่นอยู่บ้าง
ชายชรสวีกัดหมั่นโถว สูดจมูกฟุดฟิด ในลานบ้านแห่งนี้กลับมีแค่ชายชราเกาที่มาเยี่ยมเขา สวี กังจู้ก็ไม่แม้แต่จะโผล่มา เขารู้ว่าคงทำให้ลูกชายหมดใจไปแล้วจริง ๆ
“หลายปีมานี้คุณยายสวีทำให้คนทั้งลานบ้านขุ่นเคืองกันหมด อย่าบอกนะว่าคุณไม่รู้ว่าเธอทำอะไรไว้” คุณปู่เกาไม่ได้พูดสั่งสอน เพียงเอ่ยเรียบ ๆ “ฉันไม่รู้หรอกว่าคุณยังมีเงินอยู่เท่าไร แต่ยังไงฉันก็ช่วยคุณแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว ดูแลตัวเองให้ดีแล้วกัน”
ชายชราสวีพยักหน้า “...ฉันรู้แล้ว”
คุณปู่เกาเดินจากไปโดยไม่หันกลับมา ถือชามเปล่ากลับไปยังลานด้านหลัง ระหว่างทางยังแวะมองเข้าไปทางป้าม่า ไม่รู้ว่าสวี กังจู้กำชับไว้หรืออย่างไร ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ กงชุ่ยเฟินก็ไม่ออกจากห้องเลย
