โรงงานเครื่องจักรอยู่ไม่ไกลจากบริษัทขนส่ง ที่นี่ก็คือโรงงานเครื่องจักรเมืองลั่วหนิงในอดีต แต่เปลี่ยนจากกิจการของรัฐเป็นของเอกชนไปนานแล้ว
เจ้าของกิจการเอกชนคือ ตงอวี่เหลียง ส่วนเซี่ยงฉิงดูแลงานบัญชีอยู่ที่โรงงานเครื่องจักร ขณะที่กำลังยุ่ง เธอก็ได้ยินเสียงเคาะประตู ก่อนตงอวี่เหลียงจะเดินเข้ามาในสำนักงาน
เซี่ยงฉิงถามอย่างสงสัย “สินค้าที่ส่งออกไปมีปัญหาเหรอ?”
ตงอวี่เหลียงโบกมือ “เปล่า เมื่อกี้ผมเห็นพี่เถียนเถียนในโทรทัศน์”
“พี่เถียนเถียนเหรอ?” เซี่ยงฉิงลุกขึ้น เปิดโทรทัศน์เครื่องที่แทบไม่เคยเปิดในสำนักงาน นี่เป็นเครื่องที่ตงอวี่เหลียงนึกครึ้มอกครึ้มใจติดตั้งไว้ให้ ปกติเธอไม่มีเวลาดูอยู่แล้ว
“ใช่พี่เถียนเถียนจริง ๆ ด้วย เสี่ยวโจวถ่ายงานเสร็จแล้วเหรอ? คราวก่อนโทรมาบอกว่ายังไม่กลับบ้านเลย แล้วทำไมถึงจัดแถลงข่าวด้วยล่ะ?”
“เหมือนจะมีคนในอินเทอร์เน็ตโจมตีอีอี เลยจัดแถลงข่าวขึ้นมาครับ” ตงอวี่เหลียงคอยติดตามข่าวสารอยู่เสมอ โดยเฉพาะเรื่องอีอีในวงการบันเทิง เขาจึงมักตามข่าวอยู่บ่อย ๆ
เซี่ยงฉิงตบโต๊ะน้ำชา “โจมตีอีอีเหรอ? จะโจมตีอีอีทำไมกัน? อีอีของเราทั้งสวยทั้งขยัน ฉันชอบละครที่อีอีแสดงมากเลยนะ”
ตงอวี่เหลียงพยักหน้าอย่างเอ็นดู “ครับ ๆ พวกเขาผิดเองทั้งนั้น”
“……”
ส่วนโรงงานเหล็กกล้าในอดีต ปัจจุบันกลายเป็นกิจการเอกชนแล้ว ฉางฟากับจ้าวลี่หมินเป็นหุ้นส่วนกัน
จ้าวลี่หมินพ่นควันบุหรี่แล้วมองฉางฟา “ผู้มีพระคุณของนายออกโทรทัศน์แล้วนะ”
ฉางฟาหยิบบุหรี่ออกมามวนหนึ่งเช่นกัน ไฟแช็กดังแกร๊ก เขาพ่นควันออกมาเป็นวงลึก ๆ “แน่นอนอยู่แล้ว น้องจิ่งเป็นผู้มีพระคุณของฉันนี่นา”
