นิวหงกลอกตาในใจ พล่ามน่า เธอดูคนแม่นจะตาย พ่อแม่ของตงอวี่เหลียงมองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นคนมีความรู้ แม้เธอจะคุยกับพวกเขาได้ไม่กี่คำ แต่ท่าทีของอีกฝ่ายก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าเลือกว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้แน่นอน
“เร็ว ๆ เข้ามาก่อน ตอนเที่ยงกินอะไรง่าย ๆ กัน พอตกเย็นค่อยชิมฝีมือคุณป้าใหญ่” นิวหงทักทายอย่างกระตือรือร้น
คืนนี้จะจัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงทางฝ่ายเจ้าสาวจะมารวมตัวกันที่บ้าน เพื่อมอบของรับขวัญให้เซี่ยงฉิง แล้วกล่าวคำอวยพรสักสองสามคำ สรุปแล้วล้วนเป็นสิริมงคลทั้งนั้น
นี่เป็นธรรมเนียมที่สืบทอดกันมาในหมู่บ้าน หากย้อนกลับไปหลายสิบปีก่อน งานเลี้ยงต่อเนื่องสามวันสามคืน ทุกคนทั้งหมู่บ้านผลัดกันมาร่วมวง ในหม้อมีแต่กับข้าวที่นึ่งใส่ชามเรียงเป็นชาม ๆ กินกันยาวไปจนถึงวันที่เจ้าสาวกลับบ้านเดิม ถึงจะถือว่าเสร็จสิ้น
แต่ตอนนี้ไม่กล้าจัดกันแบบนั้นแล้ว คนที่มาร่วมงานและกินข้าวด้วยก็มีแค่คนสนิทจริง ๆ เท่านั้น
“ผมมารบกวนเสียแล้ว” หลิวยี่เหอเดินตามเข้าไป สีหน้ากระอักกระอ่วนอยู่บ้าง เขาล้วงห่อผ้าสีแดงออกมาจากอกเสื้อ “พี่ชวนให้ผมมาด้วย ผมก็ถือเป็นพี่ชายเหมือนกัน นี่เป็นคูปองสินค้าอุตสาหกรรมสองสามใบ ถือเป็นของรับขวัญจากผมครับ”
นิวหงไม่ได้ปฏิเสธ ของมงคลแบบนี้ไม่มีใครผลักไสออกไปหรอก “รบกวนอะไรกัน แค่มาร่วมครึกครื้นด้วยกันก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว”
จิ่งอวี่ชวนยกแป้งสาลีขาวหนักสิบกิโลกรัมลงจากแฮนด์จักรยานแล้วเอาเข้าไปในครัว “เข้าไปในบ้านเถอะ ผมไปเข้าห้องน้ำหลังบ้านก่อน”
