กลางฤดูหนาว อุณหภูมิติดลบ หิมะยังละลายไม่หมด แต่เจียงมู่กลับสวมเสื้อแขนสั้นวิ่งอยู่ในสนามจนเหงื่อท่วมตัว
แขนทั้งสองข้างแดงก่ำเพราะความหนาว ทว่าบนใบหน้ากลับมีรอยยิ้มซื่อบื้อเหมือนคนโง่
เจียงหนิงเดือดขึ้นมาทันที
เจียงมู่เพิ่งหมุนตัวหลบคู่ต่อสู้พอดี หางตาเหลือบเห็นใครบางคนยืนอยู่ข้างสนาม พอเพ่งมองชัด ๆ เขาก็หยุดเลี้ยงลูก ส่งลูกให้เพื่อนร่วมทีม ก่อนจะวิ่งพรวดมาทางเธอ
“พี่! มาได้ยังไงเนี่ย?”
เขามาหยุดตรงหน้า หน้าผากชุ่มไปด้วยเหงื่อ เส้นผมเปียกชื้นแนบขมับ ทั้งตัวแผ่ไอร้อนออกมาราวกับเตาไฟเล็ก ๆ
เจียงหนิงยกมือฟาดแขนเขาไปหนึ่งที
เสียงตบดังเพียะจนเด็กหนุ่มที่เล่นบาสอยู่แถวนั้นหลายคนหันมามอง
“สมองโดนแช่แข็งไปแล้วหรือไง? อุณหภูมิติดลบตั้งหลายองศา ยังใส่เสื้อแขนสั้นอีก คิดว่าตัวเองทำจากเหล็กรึไง?”
เจียงมู่หดไหล่เพราะโดนตี แต่ไม่ได้หลบ ยืนยิ้มบื้อ ๆ อยู่ตรงนั้นพร้อมยกมือปาดเหงื่อบนหน้า
“ไม่หนาวจริง ๆ วิ่งแล้วร้อนมาก ดูแขนผมสิ” เขายื่นแขนมาให้เธอจับ “ร้อนใช่ไหมล่ะ?”
เจียงหนิงผลักแขนเขาออกอย่างหงุดหงิด
“พี่กินข้าวหรือยัง?”
“ยังเลย เพิ่งออกมาจากคณะ”
ดวงตาเจียงมู่เป็นประกาย “งั้นผมเลี้ยงข้าวพี่นะ รอแป๊บ ผมไปบอกพวกเขาก่อน”
พูดจบก็ไม่รอให้เธอตอบ เขาหันกลับไปวิ่งเข้าหาสนาม โบกมือให้เพื่อนร่วมทีมสองสามคนพลางตะโกนว่าขอตัวกลับก่อน
จากนั้นก็สะพายกระเป๋าขึ้นบ่าแล้วกระโดดโลดเต้นกลับมาอีกครั้ง พาดแขนบนไหล่เจียงหนิง โอบเธอเดินไปทางโรงอาหาร
