หานมู่ยกมือขึ้นคว้าแส้ไว้ทันที
อู๋เจ๋อเซียวอยากดึงแส้กลับ แต่ก็ดึงไม่ขยับ
สีหน้าเขาเปลี่ยนไป มืออีกข้างก็จับมา ออกแรงทั้งสองมือพร้อมกัน กระชากสุดแรง แต่แส้ก็ไม่ขยับเขยื้อน
หานมู่มองเขา กระตุกแส้เข้าหาตัว ดึงอู๋เจ๋อเซียวจนเซถลาไปข้างหน้าครึ่งก้าว จุดศูนย์ถ่วงเทไปด้านหน้า
หานมู่พลิกข้อมือ แส้หลุดจากมืออู๋เจ๋อเซียวมาอยู่ในมือเธอ
“ของแบบนี้ใช้ดีจริง ๆ แฮะ” เธอกำด้ามแส้ชั่งน้ำหนัก น้ำเสียงเย็นชา “งั้นตอนนี้ก็ถึงตาข้าสั่งสอนพวกเจ้าให้รู้จักกฎเสียบ้างแล้ว”
สิ้นเสียง แส้แรกของหานมู่ก็ฟาดออกมา ปลายแส้ดังหวือ ฟาดลงบนใบหน้าอู๋เจ๋อเซียวอย่างแม่นยำ ตั้งแต่โหนกแก้มยาวลงมาถึงคาง ผิวหนังปริแตกเป็นแผลลึก เลือดซึมออกมา
“อ๊าก——”
อู๋เจ๋อเซียวร้องลั่น เอามือกุมหน้า ถอยหลังไปสองก้าว หลังชนวงกบประตู ยังไม่ทันตั้งตัว
แส้ที่สองก็ฟาดลงบนไหล่เขา
เสียงแส้กระทบ เสื้อผ้าถูกหวดจนขาด เผยให้เห็นเนื้อข้างในฉีกแหว่งจนเห็นแผลลึกสีแดงเข้ม
“อ๊าก——”
เสียงร้องโหยหวนของอู๋เจ๋อเซียวดังก้องทั้งตึก เขาทรุดตัวตามวงกบประตูลงไปคุกเข่า มือกุมไหล่ ร่างกายสั่นเทาอย่างรุนแรง
“เจ้าไม่ชอบหวดคนหรือไง” หานมู่เดินมายืนตรงหน้า ก้มมองเขา “แส้นี้หนักมือดีไหม”
