เสวี่ยซานซานรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น แต่สีหน้ากลับแสร้งทำเป็นตื่นเต้นและไม่รู้จะทำอย่างไร “อ้อ... ได้ค่ะ ไปกันเถอะ”
เธอเดินตามลินดาออกจากแผนกการเงิน รู้สึกได้ว่าสายตาของคนเหล่านั้นยังคงจับจ้องตามหลังเธอมา
ในลิฟต์ ลินดาพูดอย่างเป็นมิตรว่า “ไม่ต้องตื่นเต้นนะคะ บอสแค่มีเรื่องจะถามคุณนิดหน่อยเท่านั้นเอง”
“ค่ะ... ได้ค่ะ” เธอบิดนิ้วมือเข้าหากันอย่างกระวนกระวาย “ลินดา คุณรู้ไหมคะว่าเรื่องอะไร”
“ฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ” ลินดายิ้ม “แต่คิดว่าน่าจะไม่ใช่เรื่องร้ายอะไร”
ลิฟต์จอดที่ชั้น 28 ประตูค่อย ๆ เปิดออก ชั้นนี้เป็นที่ตั้งของห้องทำงานประธานบริษัทและพื้นที่ใช้งานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตกแต่งอย่างหรูหราโอ่อ่า
ลินดาพาเธอเดินไปตามทางเดินกว้างขวางสว่างไสว จนมาหยุดอยู่หน้าประตูไม้สีเข้มบานใหญ่หนาหนัก บนประตูไม่มีป้ายใด ๆ แต่เสวี่ยซานซานรู้ดีว่านี่คือห้องทำงานของเฟิงเถิง
“เข้าไปได้เลยค่ะ บอสรออยู่ข้างใน” ลินดาผลักประตูเปิดให้เธอ
เสวี่ยซานซานสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเดินเข้าไป
ห้องทำงานของเฟิงเถิงกว้างขวาง ตกแต่งในสไตล์เรียบง่ายทันสมัย ผนังด้านหนึ่งเป็นหน้าต่างกระจกบานใหญ่จรดพื้น แสงแดดสาดส่องเข้ามา ทำให้ทั้งห้องสว่างโปร่ง เฟิงเถิงนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ กำลังมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ เมื่อได้ยินเสียงเคลื่อนไหวก็เงยหน้าขึ้น
“คุณเฟิงคะ ซานซานมาแล้วค่ะ” ลินดาพูดจบก็ถอยออกไปอย่างสุภาพและปิดประตูลง
ในห้องทำงานเหลือเพียงพวกเขาสองคน
เสวี่ยซานซานยืนอยู่ตรงประตู ท่าทางกระอักกระอ่วนและกระวนกระวาย วันนี้เธอสวมเสื้อไหมพรมสีขาวนวลคู่กับกระโปรงสีเทาเข้มยาวคลุมเข่า ผมยาวสลวยทิ้งตัวอยู่บนบ่า ดูอ่อนโยนและบริสุทธิ์
