หญิงชรารีบพูดว่า “อย่าพูดเหลวไหลสิ ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นสักหน่อย! ฉันแค่...”
“หืม? แค่ไหนเหรอ?”
ซูเถียนมองอีกฝ่ายอย่างสนใจ พลันเห็นรองเท้าหนังใหม่หนึ่งคู่ตั้งอยู่ข้างหญิงชรา จึงเชิดคางขึ้นเล็กน้อย พลางเลิกคิ้วยิ้ม
“คุณย่า รองเท้าหนังคู่นี้คุณอันเป็นคนเอามาให้เหรอคะ?”
ในเมื่อหลานสะใภ้เห็นเข้าแล้ว หญิงชราก็ไม่ได้ปิดบัง นางยิ้มพลางวางรองเท้าหนังลงบนโต๊ะเตียงเตา
“ตอนบ่ายฉันกำลังเย็บพื้นรองเท้าให้เธออยู่ในห้อง พอได้ยินเสียงก็คิดว่าพวกเธอกลับมาแล้ว ใครจะรู้ว่าพอออกไปดูจะเป็นแม่หนูคนนั้น บอกว่ามาเอาของขวัญแต่งงานที่ค้างไว้มาให้เธอ แล้วก็แวะมาหาฉันด้วย เอารองเท้ามาให้หนึ่งคู่ ฉันก็ไม่สะดวกไล่เขากลับ เลยให้เข้ามา ฉันไม่ได้คิดอะไรอย่างอื่นนะ อย่าคิดมากล่ะ”
หญิงชราไม่ใช่คนไม่รู้จักคิด
ไม่ต้องพูดถึงว่าความสัมพันธ์ระหว่างนางกับหลานชายไม่ได้ลึกซึ้งอะไรกันนัก ต่อให้คนที่อันเฟยถูกใจคือลู่เจิ้งกั๋ว นางก็ไม่มีทางคิดจะให้ลู่เจิ้งกั๋วหย่ากับเซี่ยเหลียนฮวา แล้วไปแต่งกับอันเฟย ลูกสาวเศรษฐี
ตอนหญิงสาวคนนั้นหมายปองหลานชายของนาง บางทีอาจพยายามเอาอกเอาใจนางทุกวิถีทาง แต่ถ้าได้แต่งเข้าบ้านจริง ๆ สิ่งแรกที่อีกฝ่ายทำคงเป็นการไล่นางกลับชนบท
อย่าให้มาทำบ้านเขาสกปรกเลย
หญิงชราไม่มีทางทำเรื่องโง่ ๆ แบบนั้นหรอก
หลานสะใภ้อย่างซูเถียนดีแค่ไหนกัน ตอนเพิ่งมาอยู่ด้วยกันสองสามวันแรก แม้จะซื้อกับข้าวทำอาหารให้ แต่ในใจก็ยังไม่เต็มใจอยู่บ้าง
ทว่าหลังจากออกไปซื้อกับข้าวได้สองสามวัน หรือสามสี่วัน ความคิดของหญิงชราก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
