เมื่อเด็กสาวด้านล่างหายลับไปจากสายตาอย่างสิ้นเชิง เซี่ยยั่นหานก็ลุกขึ้นยืน “ของที่ต้องให้ก็ให้ไปแล้ว ผมยังมีธุระ ขอตัวก่อน”
“คุณชายเซี่ย” ผู้จัดการหลี่เอ่ย “พวกเราจริงใจอยากให้คุณมาร่วมงานกับเรานะครับ คุณฉลาดขนาดนี้ แต่ต้องติดอยู่ในตระกูลเซี่ย ช่างน่าเสียดายจริง ๆ หวังว่าคุณจะลองคิดดูให้ดีนะครับ”
เซี่ยยั่นหานไม่แสดงปฏิกิริยาใด ๆ ฝีเท้าไม่หยุดแม้แต่น้อย เขาเดินออกจากร้านกาแฟ แล้วขึ้นไปยังชั้นสี่
ระหว่างทาง เซี่ยยั่นหานหยิบโทรศัพท์ออกมา เปิดอ่านข้อความของเจียงซุ่ยทีละข้อความอีกครั้ง
จากนั้นเขาก็ตอบกลับไปเพียงคำเดียวว่า “ได้”
เก็บโทรศัพท์แล้ว เซี่ยยั่นหานก็เดินเข้าไปในร้านหนังสือใต้ทะเลที่แปลกตาแห่งหนึ่ง ภายในร้านไม่ได้ขายแค่หนังสือ แต่ยังมีตู้ปลาทะเลสารพัดรูปแบบ ปลาทะเลตัวเล็กสีสันสดใสแหวกว่ายพลิ้วหางช้า ๆ อยู่ในตู้ปลาอันประณีต ดูมีชีวิตชีวาและงดงาม
เซี่ยยั่นหานยังคงจ้องปลาตัวเล็กในตู้ปลาเหมือนเคย
แสงไฟในตู้ปลาเหล่านี้ล้วนสลัว ให้บรรยากาศทะเลลึกมืดมิด ปลาทะเลตัวจ้อยเบิกตาไร้แวว พลางแกว่งหางว่ายวนไปมาระหว่างฉากสาหร่ายกับเปลือกหอย
ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็นตู้ปลาประเภทนี้ เซี่ยยั่นหานก็ชอบมันมาก
การเลี้ยงปลาไว้ในนั้นย่อมเป็นเรื่องน่าสนุก แต่เซี่ยยั่นหานคิดว่าตู้แบบนี้ก็เหมาะจะใช้ “เลี้ยงคน” เช่นกัน
ซีดขาวราวกับศพ หรือแดงฉานดั่งโลหิต นิ่งสนิทไม่ไหวติง หรือดิ้นพล่านอย่างรุนแรง
คงน่าสนุกไม่น้อย
จู่ ๆ ปลาตัวหนึ่งที่ท้องป่องโตพลิกหงายท้อง ลอยขึ้นมาอยู่บนผิวน้ำ ดวงตาข้างหนึ่งของมันจ้องเซี่ยยั่นหานอย่างเหม่อลอย
ปลาตัวนั้นตายลงกะทันหัน
เซี่ยยั่นหานยืนชมอยู่เงียบ ๆ ครู่หนึ่ง จนกระทั่งพนักงานหญิงคนหนึ่งเดินเข้ามา เธอมองเขาด้วยความดีใจระคนประหม่า แก้มแดงระเรื่อ
