หลังส่งทีมแม่บ้านกลับไปแล้ว เจียงซุ่ยก็รีบขับรถเข้าเมืองทันทีเพื่อซื้อเฟอร์นิเจอร์กับข้าวของเครื่องใช้ ทั้งยังสั่งซื้อรถสามล้อไฟฟ้าคันเล็กมาด้วย
เธอวุ่นวายไม่หยุดหย่อน กว่าจะจัดห้องนอนเสร็จ ปูผ้าปูที่นอนลงบนฟูกเปล่าแล้วล้มตัวลงนอน ก็เป็นเวลาเที่ยงคืนแล้ว
เจียงซุ่ยปลดล็อกโทรศัพท์แล้วเปิดดูวีแชต
พ่อเจียงกับเจียงหลิงหลิงต่างก็ส่งข้อความมา เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการด่าเจียงซุ่ยที่ขนวัตถุดิบราคาแพงในโกดังออกไปจนหมด เดิมทีเจียงซุ่ยไม่คิดจะสนใจ แต่พอคิดอีกที เธอก็ตอบกลับไปว่า “ช่วยไม่ได้ ฉันขาดเงินจริง ๆ โอนเงินให้ฉันอีกหน่อยได้ไหม”
สองคนนั้นโกรธจนแทบจะบล็อกเจียงซุ่ย
ออกจากวีแชตแล้ว เจียงซุ่ยก็ค้นหาคำสำคัญอย่าง “วันสิ้นโลก” “กลายพันธุ์” “สัตว์ประหลาด” ตามปกติ แต่คราวนี้เธอยังไม่ทันได้ค้นหาอย่างละเอียด ก็เห็นคลิปวิดีโอคลิปหนึ่งเข้า
คลิปนั้นมาจากนักตกปลาคนหนึ่ง
เขาไปตกปลาในหุบเขาลึกที่ไร้ผู้คน แต่กลับตกปลาตัวหนึ่งขึ้นมาได้ ปลาตัวนั้นทั้งน่ากลัวทั้งประหลาด ในคลิปมันถูกเบ็ดเกี่ยวอยู่ ทว่าไม่ดิ้นรนแม้แต่น้อย เอาแต่นอนนิ่งเบิกตาไร้แวว
ครึ่งบนของลำตัวดูปกติดี แต่ตรงบริเวณใกล้หางกลับมีเนื้องอกผิดรูปขึ้นเต็มไปหมด ก้อนเนื้อประหลาดน่าสยดสยองเหล่านั้นเบียดเกล็ดปลาให้แยกออก มีหนองสีแดงสลับขาวไหลออกมา ไม่รู้ว่าเป็นปรสิตหรือหนอนแมลงวัน เจ้าสิ่งมีชีวิตเนื้อนิ่มเหล่านั้นคลานไปมาบนก้อนเนื้อ เห็นแล้วหนังหัวชาวาบ
ในฉากหลังของวิดีโอ นักตกปลาพูดด้วยน้ำเสียงทั้งหวาดผวาทั้งตื่นเต้นว่า “ปลาตัวนี้น่ากลัวชะมัด มีใครรู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น ที่นี่เป็นภูเขาแถมแถวนี้ก็ไม่มีโรงงาน ไม่มีทางน้ำที่ปนเปื้อน...ให้ตายสิ ยิ่งมองก็ยิ่งน่ากลัว เหมือนกลายพันธุ์เลย น่ากลัวมาก”
ความคิดเห็นด้านล่างไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้นัก บางคนก็เล่นมุก บางคนก็อธิบายอย่างจริงจังว่าปลาตัวนี้แค่ป่วยจนเนื้อเน่า แต่ยังไม่ตายเท่านั้น
