สามวันผ่านไป
เจียงเสี่ยวไป๋พักอยู่แต่ในที่พักไม่เคยออกไปไหน
ตอนกลางวันก็ดูเสี่ยวอีเล่นน้ำในสวน แล้วก็ค้นคว้าเรื่องพลังภัยพิบัติที่ยกระดับแล้วไปด้วย
ส่วนตอนกลางคืนก็ฝึกฝนร่างวิญญาณ
“คนของตำหนักหลบซ่อนโลกนี่ วันนี้ก็คงไม่มาแล้วสินะ”
ยามเย็น เจียงเสี่ยวไป๋มองตะวันแดงที่กำลังตก แล้วดึงสายตากลับมา สุดท้ายก็จับจ้องที่เสี่ยวอี
เด็กคนนี้เล่นน้ำจนตอนนี้ตัวเปียกโชกไปหมด
“จี๊ด ๆ ทั้งหอม หุ่นก็ดี แถมรูปหน้ายังเย้ายวนอีก...”
แมวเก้าหางเอียงคอมองเจียงเสี่ยวไป๋แล้วเอ่ยว่า “เหมือนกำลังจะบอกว่า... อืม? ดูเหมือนว่า มีคนมาแล้วนะ”
พูดจบ แมวเก้าหางก็เงยหน้าขึ้นมองไปทางหนึ่ง
ไม่มีการปกปิด คลื่นลมปราณพัดกระหน่ำมาเป็นระลอก
สร้างความเคลื่อนไหวไม่น้อย
“อืม มีคนมาจริง ๆ ด้วย!”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า สายตานั้นยังมองเสี่ยวอีอยู่ แล้วยกมือขึ้น พลังวิญญาณพลุ่งพล่าน ดึงตัวเด็กคนนั้นออกมาจากน้ำ
เมื่อมาถึงข้างกายเขา ก็เอามือวางบนหัวเสี่ยวอี
ไอน้ำและกลิ่นหอมประหลาดลอยมาแตะจมูก น้ำบนตัวเสี่ยวอีระเหยออกไป
ขณะที่เขากำลังจะให้เสี่ยวอีสวมผ้าคลุม ร่างทั้งห้าก็ตกลงมาในสวนอย่างกะทันหัน สนามพลังที่ปะทุขึ้นราวกับพายุหมุน
ชุดของเจียงเสี่ยวไป๋พลิ้วไหว สายตากวาดมองทั้งห้าคน
ชายชราสามคน ชายวัยกลางคนสองคน
ทุกคนสวมเครื่องแต่งกายเหมือนกัน และยังเห็นตัวอักษรปักอยู่บนชุดด้วย
จื๋อ!
ตัวอักษรนี้แค่มองก็เต็มไปด้วยกลิ่นอายดุดัน
ห้าคนงั้นเหรอ?
