เจียงเสี่ยวไป๋ผลักประตูเข้าไปด้านใน
สีหน้าเผยความประหลาดใจเล็กน้อย
ที่นี่ดูว่างเปล่ามาก
แต่บนพื้นกลับสลักภาพปา-กว้าอันซับซ้อนรวมถึงแผนภูมิดวงดาว
ส่วนสตรีผู้นั้นนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น ณ ตำแหน่งหนึ่งของแผนภูมิ
เฟิ่งซีลืมตาขึ้นในตอนนั้น เมื่อดวงตาคู่ใสนั้นมองเห็นเจียงเสี่ยวไป๋กำลังหิ้วชายสองคนเข้ามา ก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยและเอ่ยว่า “เพื่อนนักเรียน เจ้ามาที่นี่เช่นนี้ ไม่ทราบว่ามีเจตนาอันใดหรือ?”
“ฉันช่วยรักษาโรคให้คุณได้!”
เจียงเสี่ยวไป๋วางชายสองคนนั้นลงบนพื้น แล้วมองเฟิ่งซีและกล่าวตรง ๆ “แต่ข้อแม้คือ ฉันต้องการให้คุณช่วย และคุณก็ต้องไม่ปฏิเสธ!”
“เจ้าต้องการให้ข้าใช้การอ่านใจช่วยดูว่าพวกเขาสองคนคิดอะไรอยู่?”
เฟิ่งซีมองชายสองคนนั้นแล้วกล่าว
“ใช่แล้ว!” เจียงเสี่ยวไป๋รู้ว่าหญิงคนนี้เข้าใจวิชาอ่านใจ ดังนั้นเมื่อถูกเปิดเผยออกมาโดยตรง จึงไม่รู้สึกแปลกใจ
เฟิ่งซีเงียบลงและกล่าวว่า “โรคของข้ารักษาไม่ได้!”
“ไม่แน่เสมอไปนะครับ?” เจียงเสี่ยวไป๋ฟังแล้วอดยักไหล่ไม่ได้
เขาเชื่อมั่นในเรื่องหนึ่งมาตลอด ว่าหากเป็นโรค ก็ย่อมมีหมอให้ค้นหา มียาให้รักษา
“ช่างเถิด เรื่องโรคภัย ไว้ค่อยว่ากัน ข้าช่วยเจ้าก่อน!” เสียงของเฟิ่งซีดังขึ้น
“ขอบคุณครับ!”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า แล้วจับคนทั้งสองนั้น ออกมายังลานด้านนอก
เฟิ่งซีมองภาพนั้น ในดวงตาคู่นั้นปรากฏแววประหลาดขึ้นอีกครั้ง
เจ้าหมอนั่นรู้จักหลีกเลี่ยงความไม่เหมาะสมอยู่บ้าง
