“เรื่องนี้… เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้!”
ใต้เท้าผู้อาวุโสสูงสุดไม่ได้บอกว่าถูกเจียงเสี่ยวไป๋สั่นสะเทือนใส่ แต่ถามย้ำอีกครั้งว่า “เจ้าสำเร็จหรือไม่!”
เจียงเสี่ยวไป๋ฝึกฝนคัมภีร์ฉีเหมิน
และคัมภีร์ฉีเหมินที่แพร่หลายในที่แห่งนี้มานานหลายปีก็ไม่เคยมีใครเปิดมันได้ ต่อให้เปิดได้ ก็คงไม่มีใครกล้าลองสุ่มสี่สุ่มห้า
เพราะความน่ากลัวของต้นตอเพลิงนั่นอย่างไรเล่า
ใครจะกล้าดึงมันเข้าร่างง่ายๆ?
ส่วนที่เขาถามว่าเจียงเสี่ยวไป๋สำเร็จหรือไม่ ก็เพราะในตอนนี้ลมหายใจของเจียงเสี่ยวไป๋ให้ความรู้สึกเหมือนคนธรรมดาจริงๆ
ไม่รู้สึกถึงความเหนือธรรมดาแบบที่ควรเป็นหลังจากสร้างแท่นรวมวิญญาณแต่อย่างใด
เจียงเสี่ยวไป๋เลียริมฝีปาก
พูดตามตรง ตัวเขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าหลังสร้างแท่นรวมวิญญาณแล้วจะรู้สึกยังไง
แต่ตอนที่เขากำลังเตรียมจะทดลองดูนั้น เสียงของใต้เท้าผู้อาวุโสสูงสุดก็ดังขึ้นอย่างรวดเร็วว่า “เดี๋ยวก่อน!”
“มีอะไร?”
เจียงเสี่ยวไป๋มีสีหน้าฉงนเมื่อได้ฟังคำพูดของใต้เท้าผู้อาวุโสสูงสุด
“ถ้าเจ้าทดลองที่นี่ เกรงว่าพื้นที่รวมแท่นแห่งนี้จะถูกระเบิดพัง ถ้าอยากสร้างขึ้นมาใหม่ ต้องเชิญคนในแดนมาซ่อมแซม!”
ใต้เท้าผู้อาวุโสสูงสุดกล่าวขึ้นว่า “ไปเถอะ เราเปลี่ยนที่กัน!”
ว่าแล้วก็นำออกไปจากที่นี่
ครึ่งชั่วโมงต่อมา พวกเขามาถึงอีกพื้นที่หนึ่ง
ที่นี่โล่งกว้าง มีภูเขาลูกหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ไกลๆ
สภาพแวดล้อมก็งดงามไม่แพ้กัน
“เอาที่นี่ก็แล้วกัน!”
ใต้เท้าผู้อาวุโสสูงสุดจ้องมองเจียงเสี่ยวไป๋พลางเอ่ยปากช้าๆ
สีหน้านั้นเต็มไปด้วยความคาดหวัง
