ในห้องส่วนตัวครึกครื้นสุด ๆ ทุกคนพูดคุยกันออกรส หัวข้อสนทนาเปลี่ยนไปเรื่อยไม่ขาดสาย
หญิงสาวหน้ากลมคนหนึ่งวางตะเกียบลง ทำปากยื่นแล้วพูดว่า “อาจารย์ที่ปรึกษาห้องเราดูดุมากเลย วันปฐมนิเทศก็ทำหน้าบึ้งตึงแล้ว ฉันไม่กล้าคุยกับเธอเลย”
หญิงสาวที่นั่งข้าง ๆ รีบพยักหน้าเห็นด้วย “ใช่ ๆ ตอนฉันเอาเอกสารไปส่ง เธอยังไม่ยิ้มสักนิด ทำเอาฉันกลัวแทบแย่”
หวังกั๋วเหวยดื่มเหล้าจินลู่ไปหลายแก้วจนเริ่มมึนเมา เขาตบโต๊ะดังเพียะ เสียงดังขึ้นกว่าเดิมครึ่งคีย์ “อาจารย์ที่ปรึกษาน่ะเหรอ ไม่เห็นจะเท่าไหร่! สมัยเรียนมัธยม ครูประจำชั้นของฉันนั่นสิถึงจะเรียกว่าแน่ มีฉายาว่า ‘แม่ชีมรณะ’ ด้วย!”
“แล้วไงล่ะ? พอเห็นฉันก็เดินอ้อม ไม่กล้ามาหาเรื่องสักนิด หัวหน้าห้องเซี่ย ถ้าอาจารย์ที่ปรึกษาของเธอกล้าแกล้งเธอ ก็บอกฉันได้เลย ฉันจัดการให้เอง!”
ทุกคนฟังแล้วก็แค่ยิ้ม ไม่ได้พูดอะไรให้เสียบรรยากาศ
อู๋ข่ายพูดไม่หยุดมาตลอด
ปีกไก่สองจานที่พนักงานยกมาให้มีรวมกันแค่ 9 ชิ้น พอดีคนละชิ้น เขายังเคี้ยวชิ้นแรกไม่หมด ก็ฉวยจังหวะที่ทุกคนคุยกันคีบชิ้นที่สองมาเงียบ ๆ
พอเหลือชิ้นสุดท้ายบนเตาย่าง ทุกคนต่างเกรงใจไม่กล้าคีบ เขาก็จงใจชวนคุยเรื่องหนึ่ง แล้วฉวยโอกาสคีบชิ้นนั้นใส่จานตัวเอง
หลิวซวนไม่ได้กินปีกไก่ก็ไม่โกรธ คิดเสียว่าอู๋ข่ายคงไม่ค่อยได้กินของดี แต่เมื่อเทียบกับเรื่องนั้น สิ่งที่ทำให้เขาขัดใจมากกว่าคือเซี่ยเวย
