หอพักชายเป็นห้องมาตรฐานสำหรับหกคน เตียงอยู่ด้านบน โต๊ะอยู่ด้านล่าง
หลิวซวนเลือกเตียงใกล้ประตู ส่วนหลี่เชียนก็รับเครื่องนอนมาปูให้เขาทันทีอย่างคล่องแคล่ว
เธอทำทุกอย่างรวดเร็วมาก สะบัดผ้าปูเตียงให้กางออก ลูบรอยยับให้เรียบ แม้แต่ปากปลอกหมอนก็ยังตั้งใจพับเข้าด้านใน
หลิวซวนหันไปยิ้มให้เพื่อนร่วมห้องสองคนที่มาถึงก่อน ยื่นมือไปล้วงกระเป๋าตามความเคยชิน แต่ก็ชักมือกลับออกมาทันทีอย่างเก้อเขิน
“พวกนายสองคนชื่ออะไรกัน?”
เขามองทั้งคู่แล้วรู้สึกว่าคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่บ้าง แต่กลับนึกชื่อไม่ออกเสียที
แต่นี่ก็เป็นเรื่องปกติ ตลอดสี่ปีในมหาวิทยาลัย ต่อให้อยู่ห้องเดียวกัน ถ้าไม่เคยข้องเกี่ยวกัน ตอนเรียนจบอาจยังจำชื่ออีกฝ่ายไม่ได้ด้วยซ้ำ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนจากห้องข้าง ๆ
“หวังกั๋วเหวย มาจากเมืองหนิง!” ชายหนุ่มผอมแห้งคนหนึ่งเป็นฝ่ายพูดก่อน เขากำลังใช้ผ้าขี้ริ้วเช็ดโต๊ะ แต่สายตากลับอดเหลือบมองหลี่เชียนไม่ได้
ชายหนุ่มสวมแว่นอีกคนยิ้มกว้าง “ฉันอู๋ข่าย มาจากมณฑลชวน!”
“หลิวซวน มาจากชิ่งเป่ย! ฉันเคยไปทั้งเมืองหนิงกับมณฑลชวน...”
เขายังพูดไม่ทันจบ หวังกั๋วเหวยก็ชี้ไปที่หลี่เชียนซึ่งกำลังยุ่งอยู่ แล้วถามอย่างสงสัยว่า “นี่พี่สาวนายเหรอ?”
“เปล่า รุ่นพี่ใจดีน่ะ”
หลิวซวนยักไหล่ เขาไม่ชอบให้ใครพูดแทรกตอนกำลังพูด
“รุ่นพี่?” ทั้งสองคนชะงักพร้อมกัน
พวกเขาเคยเห็นรุ่นพี่ชายช่วยรุ่นน้องหญิงขนสัมภาระ แต่รุ่นพี่หญิงมาช่วยรุ่นน้องชายปูเตียงนี่เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก
นี่เพิ่งมาชิ่งตูครั้งแรก ผู้ชายที่นี่มีสถานะสูงขนาดนั้นเลยเหรอ?
