จางเฮ่อชีถูกพ่อกับพี่ชายใช้ให้มาขับรถ แถมยังต้องทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมประสานความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายด้วย
ถึงเขาจะไม่อยากยุ่งเรื่องนี้ แต่พี่ชายเอ่ยปากแล้ว เขาก็ทำได้แค่ต้องมา
เขาคิดคำพูดที่จะใช้ไว้หมดแล้ว แต่ไม่คิดเลยว่าเสิ่นเยว่จะไม่อยู่บ้าน
“แล้วทีนี้จะทำยังไงดี?”
คุณชายรองจางเริ่มลนลาน ถ้าบริษัทมีปัญหาเพราะเซิ่งเจี๋ยจริง ๆ พวกเขาที่กินเงินปันผลก็ต้องเดือดร้อนไปด้วย
“เดาว่าออกไปเที่ยวมั้ง พวกเธอมากันตั้งหลายคน แถมมาถึงหางโจวแล้ว คงไม่ขลุกอยู่แต่ในบ้านหรอก เดี๋ยวฉันลองถามเพื่อนดู”
จางเฮ่อชีรู้ดีว่าเรื่องนี้ร้ายแรงแค่ไหน ครอบครัวของอารองเป็นพวกกินเงินปันผล ไม่เคยมีประสบการณ์จัดการเรื่องแบบนี้จริง ๆ
ไต้หยุนไม่คิดเลยว่าเจียงเสี่ยวซีจะตัดสินใจเด็ดขาดขนาดนี้ มงกุฎหงส์ราคา 7 ล้าน พูดจะซื้อก็ซื้อเลย ช่างร่ำรวยจนคาดเดาไม่ออกจริง ๆ!
โอกาสดี ๆ ที่จะขายของแบบนี้จะปล่อยให้หลุดมือไปไม่ได้เด็ดขาด
ไต้หยุนเอ่ยอย่างกระตือรือร้น “บังเอิญจัง เมื่อคืนเครื่องประดับที่ส่งไปจัดแสดงล็อตหนึ่งเพิ่งกลับมาที่ร้านพอดี ส่วนใหญ่เป็นงานออกแบบสไตล์โบราณ อยากลองดูอีกไหม?”
เจียงเสี่ยวซีกำลังชื่นชมมงกุฎหงส์จนแทบวางไม่ลง พอได้ยินก็หันไปมองเพื่อนอีกสามคน แบบนี้จะเสียเวลาไหมนะ?
“ลองได้ตามสบาย พวกเราจะได้เปิดหูเปิดตาด้วย” ก่วนเสี่ยวเสี่ยวบอก
“ใช่ ๆ พวกเรามีเวลาเยอะแยะ ไม่ต้องรีบสักหน่อย” เฉินซิงเฉินเสริม
“เช้านี้ฉันคุยกับทีมเรียบร้อยแล้ว เช่าสถานที่ไว้สามวัน ทีมถ่ายภาพจะเข้าไปจัดเตรียมก่อน ส่วนรูปชุดของเสี่ยวซีฉันส่งให้พวกเขาแล้ว ให้ทีมงานคิดเรื่องแต่งหน้าแต่งตัวไว้ก่อน แล้วก็หาคนให้พร้อม ทั้งมุมถ่ายภาพก็เตรียมไว้แล้ว ทันแน่นอน”
