เจียงเสี่ยวซีเงยหน้าขึ้นมอง ใบหน้าธรรมดา ๆ ไม่มีซิกซ์แพ็ก ไม่น่ามองเอาเสียเลย
“ขอโทษนะ มือถือฉันไม่ได้อยู่กับตัว”
ไป๋จิ่นไม่ยอมแพ้ “ไม่เป็นไร งั้นไปเอามาสิ ฉันรอได้”
เจียงเสี่ยวซีคิดว่าหมอนี่สมองมีปัญหา ฟังคำปฏิเสธอ้อม ๆ ไม่รู้เรื่อง หรือเธอพูดอ้อมเกินไปกันแน่
เธอเอนตัวลงบนเก้าอี้ผ้าใบตรง ๆ “ฉันไม่สะดวก”
ไป๋จิ่นขมวดคิ้ว “เธอไม่รู้หรือไงว่าฉันเป็นใคร ฉันชื่อไป๋จิ่น เคยได้ยินไป๋หลานเภสัชภัณฑ์ไหม”
เจียงเสี่ยวซีเคยได้ยินจริง ๆ เป็นตัวเอกข่าวเมาท์เมื่อวานกับวันนี้นี่นา!
“ตระกูลไป๋ที่ลูกเมียน้อยคนที่สามกับคนที่สี่ร่วมมือกันเล่นงานคนที่ห้าเหรอ” เธอถามออกไปโดยไม่ทันคิด
“เชี่ย!”
ไป๋จิ่นโมโหจนเตะเก้าอี้ผ้าใบเข้าให้ ก่อนจะยืนขาเดียว มือหนึ่งกุมขาอีกข้างไว้ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด
“พี่ไป๋ ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ”
มีสองคนรีบวิ่งเข้ามา ช่วยกันประคองเขาไปนั่งบนเก้าอี้ผ้าใบตัวใกล้ที่สุด
“ไม่งั้นไปโรงพยาบาลดีกว่าไหม” อีกคนมองน่องที่บวมเป่งของไป๋จิ่นอย่างกระวนกระวาย
ไป๋จิ่นจ้องเจียงเสี่ยวซีเขม็ง สีหน้าเย็นชาและบิดเบี้ยว “ถ้าเธอคิดจะเรียกร้องความสนใจจากฉันด้วยวิธีนี้ ก็ถือว่าเดินหมากพลาดแล้ว ฉันไม่ชอบให้ใครเอาเรื่องในครอบครัวมาพูด!”
เจียงเสี่ยวซีก็รู้สึกว่าตัวเองทำเกินไปหน่อย เมาท์เรื่องชาวบ้านต่อหน้าเจ้าตัวแบบนี้ เรียกว่าเปิดหน้าใส่กันชัด ๆ “ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ”
แต่ไป๋จิ่นยังไม่ยอมจบ “ฉันไม่รับคำขอโทษปากเปล่า ขาฉันเจ็บขนาดนี้แล้ว”
เจียงเสี่ยวซียิ้ม “แล้วนายอยากให้ทำยังไง”
