ซ่งอวี่เจี๋ยเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว ตอนนี้เธอสวมชุดนอนผ้าบางสีแชมเปญ เรือนร่างอรชรแนบชิดเข้ามา สายเสื้อข้างหนึ่งเลื่อนหลุด เผยให้เห็นไหปลาร้าขาวผ่อง
จากมุมของเซียวจ่าน เขามองเห็นทิวทัศน์งดงามที่ไม่ควรเห็นได้พอดี
“มองอะไรอยู่?” หางตาของซ่งอวี่เจี๋ยยกขึ้นเล็กน้อย แววตาพร่าเลือนเจือเสน่ห์ยั่วยวน
“ปะ...เปล่า ไม่ได้มองอะไร” ถูกจับได้คาหนังคาเขา เซียวจ่านกระอักกระอ่วนอย่างยิ่ง รีบเบือนหน้าไปทางอื่น
ท่าทางแบบนั้นทำให้ซ่งอวี่เจี๋ยหลุดหัวเราะออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ เธอหัวเราะคิกคักสองครั้ง
“เห็นชัด ๆ ว่ามองอยู่ ยังกล้าโกหกอีก” สาวใหญ่ผู้มีเสน่ห์ใช้นิ้วขาวผ่องจิ้มหน้าอกเซียวจ่าน ก่อนจะลากวนเป็นวงไปตามทิศทางหนึ่งไม่หยุด
ความรู้สึกนั้นราวกับมีมดนับไม่ถ้วนไต่ยุบยับไปทั่ว
เก่งเกินไปแล้ว!
เซียวจ่านไม่กล้าขยับ ได้แต่ฝืนทนเอาไว้
“พอแล้ว ไม่แกล้งนายแล้ว”
“ประคองเอวพี่ไว้หน่อย พี่จะยืนไม่ไหวแล้ว”
ซ่งอวี่เจี๋ยที่พิงอยู่บนตัวเซียวจ่านจู่ ๆ ก็เงยหน้าขึ้น เส้นผมหยักศกเส้นหนึ่งพาดผ่านสันจมูกงดงาม ลมหายใจอุ่นระอุที่มีกลิ่นเหล้าพ่นออกมา แววตายิ่งพร่าเลือน
“ฟู่~”
วินาทีเดียวกันนั้น ลมก็พัดขึ้นมา
ตรงประตูมีหน้าต่างกระจกบานใหญ่เรียงต่อกันเป็นแนว ภายใต้แสงไฟในตอนนี้ เงาร่างของซ่งอวี่เจี๋ยที่ราวกับหลุดออกมาจากการ์ตูนสะท้อนอยู่บนกระจกอย่างเด่นชัด
ลมกลางคืนพัดชุดนอนให้แนบไปกับเรือนร่างของซ่งอวี่เจี๋ย ขับเน้นส่วนโค้งเว้าที่งดงามจนบรรยายไม่ถูก
เอวคอด สัดส่วนเอวต่อสะโพกชวนตะลึง
โดยเฉพาะสะโพกที่โดดเด่นเกินจริง เรียกได้ว่ากินขาดผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดในการประกวดนางแบบสะโพกสวยระดับโลก
ก่อนหน้านี้เซียวจ่านเคยคิดว่าส่วนโค้งของสะโพกเฉินหรงไร้เทียมทานแล้ว แต่พอเทียบกับซ่งอวี่เจี๋ย กลับต่างกันราวฟ้ากับเหว
ยิ่งไปกว่านั้น แม้จะเป็นส่วนโค้งของสะโพกเหมือนกัน แต่เสน่ห์ของหญิงสาววัยผู้ใหญ่ที่มีอยู่ในตัวซ่งอวี่เจี๋ยนั้น สำหรับผู้ชายแล้วช่างเป็นแรงดึงดูดที่อันตรายถึงชีวิต
ขณะที่กำลังเหม่อลอย
“น้องชาย พี่เคยสอนนายไปครั้งหนึ่งแล้วนะ ทำไมยังไม่รู้ว่าควรประคองตรงไหนอีก”
ซ่งอวี่เจี๋ยยิ้มบาง ๆ คว้ามือเซียวจ่านมาวางบนเอวของเธออีกครั้ง
ชุดนอนผ้าบางสีแชมเปญแทบไม่ต่างจากไม่มีอะไรคลุม
มือของเซียวจ่านสัมผัสเอวซ่งอวี่เจี๋ย เพียงชั่วพริบตาก็รับรู้ได้ถึงสัมผัสนุ่มลื่นและอุ่นร้อน ราวกับเต้าหู้ขาวที่เพิ่งยกลงจากเตา ทั้งนุ่มทั้งละมุน แถมยังมีไออุ่นจากฤทธิ์เหล้า
“น้องชายคนเก่ง จำเอาไว้ให้ดีว่าตรงนี้” ซ่งอวี่เจี๋ยพ่นลมหายใจอุ่นระอุที่ชวนให้รู้สึกซาบซ่านออกมาอีกครั้ง
เซียวจ่านทำหน้างง ทำไมต้องจำด้วยล่ะ?
พี่สาว กำลังพูดอะไรอยู่เนี่ย?
หรือว่านี่คือพลังทำลายล้างของสาวใหญ่ตัวท็อป?
ถึงเซียวจ่านจะผ่านประสบการณ์โชกโชนกับเฉินหรงมาแล้ว แต่พออยู่ต่อหน้าซ่งอวี่เจี๋ยกลับดูอ่อนหัดเหมือนทหารใหม่
“น้องชายคนนี้เป็นอะไรไป พี่พูดตั้งสามประโยค นายตอบกลับสักประโยคยังไม่ได้เลย”
“เอาละ ๆ ไม่พูดแล้ว”
“กลางคืนอากาศเย็นนิดหน่อย รีบประคองพี่เข้าไปเร็ว”
ซ่งอวี่เจี๋ยพูดต่อ พลางใช้มือข้างหนึ่งเสยปอยผมยุ่ง ๆ อย่างสบาย ๆ ใบหน้ามีเสน่ห์ของเธอแต้มสีแดงระเรื่อจากฤทธิ์เหล้า
พอได้ยินแบบนั้น เซียวจ่านก็ยิ่งกระอักกระอ่วน นี่มันบ้าอะไรกัน เขาไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมพออยู่ต่อหน้าซ่งอวี่เจี๋ยถึงได้ทำตัวเปิ่นขนาดนี้
เมื่อเข้ามาในวิลล่า
ซ่งอวี่เจี๋ยยกขวดเหล้าขึ้นกรอกอีกสองสามอึก ของเหลวสีแดงสดไหลจากมุมปาก ผ่านลำคอขาวผ่องลงไปด้านล่าง
“นายยังไม่เคยแตะต้องผู้หญิงใช่ไหม?” จู่ ๆ ซ่งอวี่เจี๋ยก็เอียงหน้ามองเซียวจ่าน
“จะเป็นไปได้ยังไง เมื่อกี้ผมเพิ่ง...เพิ่ง...” เซียวจ่านเกือบหลุดปากว่าเมื่อกี้เพิ่งแตะต้องสาวใสซื่อแสนหวานคนหนึ่งมา
แต่สุดท้ายมันก็เป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด แม้หลิ่วเฟยเฟยจะไม่ได้ติดใจเอาความต่อ แต่เรื่องแบบนี้ไม่พูดออกไปจะดีกว่า
“เพิ่งอะไร?” ซ่งอวี่เจี๋ยลดเสียงลง ลมหายใจหอมละมุน
“ไม่มีอะไร พี่ครับ เอากุญแจรถมายบัคให้ผมหน่อย ผมจะไปเอาของ” เซียวจ่านพูดอย่างสงบนิ่ง ถึงจะกระอักกระอ่วน แต่เขาก็ยังรู้ดีว่าจุดประสงค์ที่มาที่นี่คืออะไร อย่าปล่อยให้จี้พระจันทร์เสี้ยวชิ้นนั้นหายไปเข้าจริง ๆ ก็แล้วกัน
“นายกลัวพี่เหรอ?” ซ่งอวี่เจี๋ยขยับเข้ามาใกล้อีกครั้ง ลมหายใจอุ่น ๆ พ่นใส่คางเซียวจ่านโดยตรง
“เปล่า!”
“พี่เมาแล้ว”
“รอผมเอาของมาแล้ว พี่ไปอาบน้ำแล้วรีบพักผ่อนเถอะ”
เซียวจ่านรู้สึกได้ชัดเจนว่าสาวใหญ่คนนี้น่าจะเมาแล้ว ก่อนหน้านี้ก็เกือบจะเลยเถิด ตอนนี้ถ้ายังยื้อกันต่ออีกสักพัก ต้องเกิดเรื่องแน่
“เหมือนพี่เคยเห็นในอินเทอร์เน็ตว่า ถ้าผู้หญิงเมา ตัวจะร้อนมาก ๆ นายอยากลองดูไหม?”
มุกนี้เริ่มไปกันใหญ่แล้ว เซียวจ่านไม่รู้จะตอบอย่างไรอยู่พักหนึ่ง
เห็นแบบนั้น ซ่งอวี่เจี๋ยก็หลุดหัวเราะพรืด ยื่นมือมาตบหน้าอกเซียวจ่านเบา ๆ “พอแล้ว คราวนี้ไม่แกล้งจริง ๆ แล้ว กุญแจอยู่บนโต๊ะ ไปหยิบเองสิ นายขับรถกลับมาเอง ก็น่าจะรู้ว่าจอดไว้ตรงไหน”
พูดจบ สาวใหญ่ตัวท็อปก็กลับไปนั่งบนโซฟา ไขว่ห้างแล้วดื่มเหล้าต่อ
เซียวจ่านกล่าวขอบคุณ ก่อนหยิบกุญแจรถบนโต๊ะขึ้นมา
ในจังหวะนั้นเอง หางตาของเขาก็จับเป้าหมายได้ในที่สุด
“จับได้แล้ว”
ฟู่~
เสียงแหวกอากาศดังขึ้น กุญแจรถในมือพุ่งออกไปราวกับกระสุน
สีหน้าอ่อนหัดเหมือนทหารใหม่ของเซียวจ่านหายไปจนหมดสิ้น แทนที่ด้วยความสุขุมเยือกเย็นและเหี้ยมเกรียม
ซ่งอวี่เจี๋ยได้ยินเสียงแหวกอากาศ แต่ยังไม่ทันเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ก็เห็นเพียงร่างสูงใหญ่ของเซียวจ่านราวกับเคลื่อนย้ายฉับพลัน พริบตาเดียวก็มาอยู่ตรงหน้าเธอ จากนั้นก็โถมเข้าหาจนล้มลงไปด้วยกัน
เธอสงสัยว่าเมื่อกี้ตัวเองรุกเข้าหาขนาดนั้น น้องชายยังไม่หวั่นไหวเลย แล้วทำไมจู่ ๆ ถึงมาลอบโจมตีเสียได้?
หรือเดี๋ยวนี้คนหนุ่มชอบเล่นอะไรแบบนี้กัน?
ในวินาทีเดียวกัน
“ปัง!”
เสียงปืนดังขึ้น กระสุนลูกหนึ่งพุ่งออกมาจากความมืด ยิงกุญแจรถที่เซียวจ่านขว้างออกไปจนแตกกระจาย
ที่แท้แล้ว—
ตอนเคาะประตู เซียวจ่านสังเกตเห็นมือซุ่มยิงอยู่รอบวิลล่า อีกฝ่ายมีฝีมือไม่ธรรมดา เขาจึงยังระบุตำแหน่งไม่ได้ในเวลาอันสั้น
เขาจึงแกล้งทำตัวเป็นทหารใหม่ต่อหน้าซ่งอวี่เจี๋ย เพื่อหลอกมือซุ่มยิงที่ซ่อนอยู่ในความมืด
บอกได้เลยว่าได้ผลดีมาก มือซุ่มยิงถูกหลอกจริง ๆ ไม่ได้สนใจเซียวจ่านเลยแม้แต่น้อย
ตอนนั้นเอง ซ่งอวี่เจี๋ยก็เข้ามาแนบชิดเขาอีกครั้ง เซียวจ่านแกล้งทำตัวเป็นทหารใหม่ไปพลาง คอยปกป้องร่างของสาวใหญ่ไปพลาง จนกระทั่งค่อย ๆ เข้ามาในวิลล่า
หลังเข้ามาในวิลล่า ตอนหยิบกุญแจ เขาก็จับตำแหน่งของมือซุ่มยิงได้ในที่สุด
กุญแจรถพุ่งออกไปราวกับกระสุน
การกระทำที่เกิดขึ้นกะทันหันนี้เห็นได้ชัดว่าเหนือความคาดหมายของมือซุ่มยิง
แต่อีกฝ่ายมีฝีมือไม่ธรรมดาจริง ๆ ชักปืนออกมายิงอย่างรวดเร็ว ทำลายกุญแจรถจนแตกกระจาย
ทว่าเสียงปืนนัดนี้ก็เปิดเผยตำแหน่งของเขาอย่างสิ้นเชิง เมื่อรู้ว่าคราวนี้เจอคนเก่งเข้าแล้ว จึงไม่คิดสู้ต่อและล่าถอยทันที
หลังเซียวจ่านโถมตัวเข้าหาซ่งอวี่เจี๋ย ทั้งคู่กลิ้งไปบนพื้น เขารออยู่ครู่ใหญ่
“มือซุ่มยิงไปแล้ว”
“งั้นตอนนี้เริ่มได้หรือยัง?”
เซียวจ่าน: “???”
ซ่งอวี่เจี๋ยจูบเขาอย่างไม่รอช้าอีกครั้ง
