เมื่อมาถึงหน้าจื่อจื่อเซวียน ชิงซิ่งเคาะประตูอยู่นาน ทว่ากลับไม่มีผู้ใดขานตอบ
เสิ่นฉืออันพักอาศัยอยู่ที่นี่เพียงลำพัง แต่เดิมบิดาของเขาเคยมอบหมายให้บ่าวชายคนหนึ่งคอยดูแลความเป็นอยู่ ทว่าเขาก็ปฏิเสธไปอย่างสุภาพ
เจียงจือผลักประตูเข้าไป กลับเห็นว่าลานของจื่อจื่อเซวียนว่างเปล่าไร้ผู้คน ครั้นก้าวเข้าไปในห้องชั้นใน แสงภายในก็สลัว ทั้งยังอบอวลไปด้วยกลิ่นหมึกและกลิ่นตำรา
บุรุษร่างสูงโปร่งนอนอยู่บนเตียง ดวงตาปิดลงครึ่งหนึ่ง ใบหน้าอันเคยหล่อเหลาสะอาดตายามนี้ขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างคนป่วย เส้นผมดำสนิทบริเวณขมับชื้นเหงื่อแนบติดหน้าผาก สั่นไหวเบา ๆ ตามลมหายใจที่แผ่วระโหย เขาคือเสิ่นฉืออันซึ่งกำลังนอนป่วยอยู่บนเตียง
“คุณหนู คุณชายรองดูเหมือนจะไข้ขึ้นสูงมากเจ้าค่ะ” ชิงซิ่งกล่าว
เจียงจือก้าวเข้าไป ใช้หลังมือแตะหน้าผากเขา ครั้นสัมผัสก็พบว่าร้อนผ่าวจริง ๆ
เจียงจือให้ชิงซิ่งไปเอาผ้าชุบน้ำมา แล้วเช็ดหน้าผากและมือที่โผล่พ้นผ้าห่มให้เขา
มือของเสิ่นฉืออันก็งดงามยิ่ง ข้อนิ้วเรียวยาวชัดเจน ฝ่ามือมีรอยด้านบาง ๆ ข้อมือผอมบางดุจลำไผ่หมึก ชวนให้จินตนาการได้ว่าเวลาจับพู่กันเขาคงเขียนตัวอักษรได้หนักแน่นทรงพลังเพียงใด
ทว่าเจียงจือเช็ดอยู่นาน อุณหภูมิของเขาก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะลดลง
หากปล่อยให้ไข้สูงเช่นนี้ต่อไป จะต้องเกิดเรื่องขึ้นแน่
เจียงจือเม้มริมฝีปาก สั่งให้ชิงซิ่งไปตักน้ำมาใหม่หนึ่งอ่าง จากนั้นก็ให้ไปต้มยารักษาไข้หวัดมาให้หนึ่งเทียบ
ครั้นชิงซิ่งออกไปและปิดประตูห้องแล้ว เจียงจือก็ไม่อาจคำนึงถึงสิ่งอื่นได้อีก นางประคองเสิ่นฉืออันให้ลุกขึ้นเล็กน้อย ก่อนลงมือปลดเสื้อตัวยาวตรงหน้าอกของเขาอย่างคล่องแคล่ว
