เช้าวันพุธ บริเวณหน้าบอร์ดประกาศชั้นหนึ่งมีคนมุงอยู่เป็นวง
ฉู่หยุนจือมาถึงช้า รถของลุงซ่งติดอยู่ตรงประตูฝั่งตะวันออกหลายนาที พอเธอเข็นรถเข็นเข้าตึกเรียน หลินเสี่ยวอวี๋ก็เบียดฝ่าฝูงชนออกมาแล้ว ดวงตาเป็นประกายจนแทบแสบตา ก่อนจะคว้าด้ามจับรถเข็นของเธอไว้
“ที่หนึ่ง! เธอได้ที่หนึ่ง!”
หลายคนรอบข้างหันมามอง ฉู่หยุนจือชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนเข็นรถเข็นขยับไปข้างหน้าเล็กน้อย คนที่อยู่ด้านหน้าพอเห็นว่าเป็นเธอก็หลีกทางให้อย่างรู้งาน
รายชื่อพิมพ์โดยกลุ่มวิชาฟิสิกส์ เป็นกระดาษเอสี่หนึ่งแผ่น ติดไว้กลางบอร์ดประกาศด้วยเทปใส
ผลการคัดเลือกภายในโรงเรียนเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันฟิสิกส์ระดับมัธยมปลายปีสอง คะแนนเต็ม 120 คะแนน ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด 8 อันดับแรกจะได้รับคัดเลือกเข้าเรียนในชั้นเรียนเตรียมแข่งขันฟิสิกส์ของโรงเรียน เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันระดับมณฑลในปีหน้า
อันดับหนึ่ง มัธยมปลายปีสองห้องสาม ฉู่หยุนจือ 109 คะแนน
อันดับสอง มัธยมปลายปีสองห้องหนึ่ง โจวจื่อหาง 94 คะแนน
อันดับหนึ่งได้คะแนนมากกว่าอันดับสอง 15 คะแนน
ฉู่หยุนจือไล่ดูรายชื่อทั้งแปดคนจากบนลงล่างจนจบ แล้วก็มองต่อไปด้านล่าง รายชื่อประกาศเฉพาะแปดอันดับแรก ใต้รายชื่อมีข้อความตัวเล็กหนึ่งบรรทัดว่า นักเรียนคนอื่นสามารถสอบถามคะแนนได้ที่กลุ่มวิชาฟิสิกส์
“15 คะแนนเลยนะ” หลินเสี่ยวอวี๋กระซิบข้างหูเธอ “โจวจื่อหางได้รางวัลระดับเมืองมาตั้งแต่มัธยมต้น ยังได้คะแนนน้อยกว่าเธอตั้ง 15 คะแนน”
ฉู่หยุนจือไม่ได้พูดอะไร ในใจคำนวณโจทย์ข้อสุดท้ายอยู่ ข้อนั้นมี 18 คะแนน หลังจากเติมแรงที่ตกหล่นของวัตถุก้อนที่สองแล้ว ส่วนที่เหลือก็น่าจะถูกหมด คะแนนที่หักไป 11 คะแนนคงมาจากข้อสามเรื่องแสงกับข้อสี่เรื่องความร้อน เธอคำนวณโจทย์เรื่องแสงไปสองรอบ ได้ผลลัพธ์เหมือนกัน บางทีอาจคิดผิดมาตั้งแต่แรก
เธอต้องไปขอข้อสอบคืนจากกลุ่มวิชาฟิสิกส์มาดู
มีคนพูดขึ้นมาจากด้านหลังฝูงชนว่า “ฉู่เจียหนิงล่ะ? เธอไม่ใช่อันดับหนึ่งของชั้นปีหรือ?”
“ไม่ผ่าน” อีกเสียงตอบ “เพื่อนร่วมโต๊ะฉันไปถามที่กลุ่มวิชาฟิสิกส์มา ได้ยินว่าได้แค่หกสิบกว่า อยู่หลังอันดับยี่สิบ”
