สนามสอบรอบมณฑลจัดขึ้นที่โรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งประจำเมือง
ลุงซ่งจอดรถไว้ที่ประตูด้านข้าง เซี่ยหวยซวี่ลงจากรถก่อน แล้วกางรถเข็นออก จากนั้นหยิบเบาะทรงสี่เหลี่ยมสีเทาใบหนึ่งจากเบาะหลังมาวางบนที่นั่งรถเข็น เขากดลงไปสองสามที ก่อนจะขยับให้เข้าที่อีกนิด
ฉู่หยุนจือมองเบาะใบนั้น «นี่อะไรเหรอ»
«เบาะรองนั่ง» เขาตอบ «โต๊ะในห้องสอบเป็นโต๊ะแบบเดียวกันหมด สูงกว่าโต๊ะในห้องฟิสิกส์ ฉันมาดูสนามสอบเมื่อสองวันก่อนแล้วก็วัดดู ถ้าเธอนั่งเขียนหนังสือ แขนจะต้องยกขึ้น»
เบาะไม่ได้นุ่มมากนัก บางกว่าเบาะพิงสองใบที่โต๊ะอาหารของตระกูลเซี่ยเมื่อคราวก่อนเล็กน้อย ด้านนอกหุ้มด้วยผ้าตาข่ายระบายอากาศ
«รองขึ้นมาแค่นี้ ขอบโต๊ะก็พอดีกับเอวเธอ» เขาประคองเธอจากรถมานั่งบนรถเข็น «ต้องสอบทั้งเช้า ถ้าเบาะนุ่มเกินไป นั่งนาน ๆ ตัวจะจมลงไปแล้วปวดเอว เลยเลือกแบบที่แข็งหน่อย»
ฉู่หยุนจือนั่งให้มั่นคง แล้วยกมือวัดระดับตรงหน้า เธอนึกถึงโต๊ะอาหารตัวนั้นของตระกูลเซี่ย นึกถึงตอนที่เขาย่อตัวลงข้างรถเข็นแล้วถามว่าแบบนี้พอดีหรือยัง
«คุณยังไปวัดโต๊ะในห้องสอบด้วยเหรอ»
«อืม» เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ
ครูหวงลงจากเบาะข้างคนขับ แล้วตบเบาะใบนั้นเบา ๆ «เมื่อสองวันก่อนเขามาขอยืมตลับเมตรจากครู ครูนึกว่าจะเอาไปวัดอุปกรณ์ทดลองอะไรเสียอีก»
ฉู่หยุนจือก้มหน้า ไม่ได้พูดอะไร
ห้องสอบอยู่สุดทางเดินชั้นหนึ่ง อาจารย์คุมสอบสองคนรออยู่หน้าห้อง พวกเขาพลิกเบาะรองนั่งตรวจดูจนทั่ว ยืนยันว่าไม่มีอะไรซ่อนอยู่ข้างใน ถึงอนุญาตให้เธอเข้าไป
โต๊ะสูงกว่าโต๊ะในห้องฟิสิกส์จริง ๆ เซี่ยหวยซวี่เข็นเธอไปหยุดตรงหน้าโต๊ะ แล้วก้มมองขอบโต๊ะ ซึ่งอยู่ระดับเอวของเธอพอดี เขาล็อกล้อรถเข็น วางกระติกน้ำเก็บความร้อนไว้ตรงมุมโต๊ะ แล้วใส่กล่องยาไว้ในกระเป๋าเสื้อคลุมของเธอ
