สามวันผ่านไปแล้ว แต่เรื่องค่าครองชีพก็ยังไม่มีความคืบหน้า
อาเหอ พ่อบ้านของตระกูลฉู่ มาบอกเธอว่าฉู่เจี้ยนหัวรับรู้เรื่องแล้ว จะจัดการให้พร้อมกันตอนสิ้นเดือน ส่วนเรื่องไปตรวจติดตามอาการ เฉินซูหลานบอกว่าสัปดาห์หน้าค่อยว่ากัน ฉู่หยุนจือไม่ได้ถามต่ออีก สำหรับตระกูลฉู่แล้ว “สิ้นเดือน” กับ “สัปดาห์หน้า” ก็หมายถึงอย่างเดียวกัน
จากเงิน 237 หยวน เธอแบ่งออกมา 150 หยวนไปซื้อชุดโจทย์แข่งขันที่เหลือ แล้วกันเงินส่วนหนึ่งไว้ซื้อยาแก้ปวด ส่วนเงินในบัตรโรงอาหารที่เหลืออยู่ 11.5 หยวน แค่กินมื้อกลางวันมื้อเดียวก็หมดแล้ว
ช่องขายหมั่นโถวตรงประตูโรงอาหารชั้นหนึ่งขายลูกละ 0.5 หยวน ส่วนน้ำร้อนไม่คิดเงิน
สองวันแรกเธอเอาหมั่นโถวกลับไปกินในห้องเรียน ก้มหน้าก้มตากินอยู่แถวหลังสุด พอเสียงกริ่งพักกลางวันดังขึ้น หลินเสี่ยวอวี๋ก็หยิบกล่องข้าวที่แม่เตรียมมาให้จากลิ้นชัก “หยุนจือ วันนี้ฉันเอาหมูพะโล้มาด้วย แบ่งให้เธอครึ่งหนึ่งไหม?”
ฉู่หยุนจือมองน้ำมันที่วาววับอยู่บนผิวหมูแล้วส่ายหน้า “กระเพาะฉันไม่ค่อยดี กินของมัน ๆ ไม่ไหว”
นั่นเป็นความจริง เพียงแต่เธอไม่ได้พูดทั้งหมด
พอถึงเที่ยง หมั่นโถวก็เย็นชืดจนผิวด้านนอกแข็ง เธอหักเป็นชิ้นเล็ก ๆ อมไว้ให้มันนิ่มก่อนค่อยกลืน มื้อหนึ่งใช้เวลากินกว่ายี่สิบนาที ถึงอย่างนั้นกระเพาะก็ยังไม่ยอมให้ความร่วมมือ
