เดินตามสือชีเข้าไปในประตูบ้านพัก ภายในตกแต่งกว้างขวางสว่างไสว ให้ความรู้สึกล้ำยุคอย่างยิ่ง
หุ่นยนต์แม่บ้านอัจฉริยะเลื่อนเข้ามา เสิร์ฟเครื่องดื่มร้อนกรุ่นให้ทุกคน
เหล่านักรบจากประเทศจีนนั่งเรียงแถวบนโซฟา วางมือบนเข่า ท่านั่งเรียบร้อยราวกับเด็กประถมกำลังเข้าเรียน ทว่าดวงตาทั้งสองกลับกลอกไปมาไม่หยุด ราวกับอยากแงะผนังออกมาศึกษาวัสดุที่ใช้ให้รู้แล้วรู้รอด
เสิ่นสวินยกแก้วขึ้นจิบ รสเปรี้ยวอมหวาน ดื่มแล้วก็อร่อยดี
เธอวางแก้วลง มองสือชีที่นั่งหลับตาพักผ่อนอยู่บนโซฟาเดี่ยว ก่อนเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“สือชี วันที่พวกคุณพูดถึงกันตลอดอย่างวันเทพเสด็จลงมา ตกลงเป็นเทศกาลอะไรกันแน่? ฟังดูขลัง ๆ ยังไงไม่รู้”
ลี่ลี่ซือนั่งขัดสมาธิอยู่บนพรมข้าง ๆ พอได้ยินก็ทำท่าจะรีบตอบ แต่สือชีลืมตาสีแดงเข้มขึ้นมาก่อนแล้ว
เมื่อพูดถึงเรื่องในอดีต ใบหน้าเย็นชาของเขาก็เผยความเคร่งขรึมขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนเอ่ยช้า ๆ
“เมื่อร้อยปีก่อน ชาวดาวหยวนเหิงอย่างพวกเรายังตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากสุดขีด ทั้งเผ่าถูกชาวดาวเซ่อเล่อซือกดขี่เยี่ยงทาสอย่างโหดเหี้ยม มีชีวิตที่ต่ำกว่าสัตว์เลี้ยงเสียอีก”
“ในช่วงที่ทั้งเผ่ากำลังจะล่มสลาย ลาโม่ก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน”
“ด้วยความสามารถอันยิ่งใหญ่เหนือฟ้าดิน ท่านช่วยชาวดาวหยวนเหิงทุกคนที่ถูกชาวดาวเซ่อเล่อซือกดขี่เยี่ยงทาสไว้ได้ และภายใต้การชี้นำของเทพ ท่านก็สถาปนาจักรวรรดิลาโม่ที่รุ่งเรืองอยู่ชั่วระยะหนึ่งขึ้นมา”
สิ้นเสียง ห้องนั่งเล่นก็เงียบสนิท
เสิ่นสวินกับเหล่านักรบจากประเทศจีนที่อยู่ด้านหลังสบตากัน ทุกคนต่างมีสีหน้าตกตะลึง
สถาปนาจักรวรรดิภายใต้การชี้นำของเทพงั้นเหรอ?
หรือว่าบนดาวเคราะห์ต่างดาวไม่เพียงมีเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่ยังมีเทพเซียนจริง ๆ ด้วย?
