นาฬิกาดิจิทัลบนผนังเดินติ๊กต่อก เวลาพำนัก 24 ชั่วโมงเหลือเพียงครึ่งชั่วโมงสุดท้าย บรรยากาศในห้องทำงานเคร่งเครียด เสิ่นสวินกับคนอื่น ๆ กำลังหารือกันเป็นครั้งสุดท้าย
โจวลู่มองเสิ่นสวิน สีหน้าจริงจัง เอ่ยกำชับด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “พอกลับไปแล้วต้องระวังตัวให้มาก ไม่ว่าจะเจอสถานการณ์ฉุกเฉินแบบไหน ความปลอดภัยของตัวเองต้องมาก่อนเสมอ”
เริ่นฮุยที่อยู่ข้าง ๆ พยักหน้าคล้อยตาม “ใช่ครับ เหล่านักรบแนวหน้าต่างก็รับมือกันเองได้ คุณอย่าพุ่งเข้าไปในที่อันตรายเหมือนครั้งก่อนอีกเลย หัวใจพวกเราจะรับไม่ไหวกันแล้ว”
เสิ่นสวินพยักหน้าอย่างว่าง่าย ยกมือแตะอกพร้อมรับปาก “วางใจเถอะ ฉันรักชีวิตตัวเองจะตาย ไม่มีทางเอาชีวิตไปล้อเล่นแน่นอน”
โจวลู่กำชับต่อ “แต่พอกลับไปแล้ว ต้องตื่นตัวให้เต็มที่ ระวังชาวดาวทาโป๋ลั่วจี้เป็นพิเศษ”
“อัลวาโรให้สือชีพาตัวไปแล้ว แต่ตำแหน่งที่แน่ชัดของเมืองจวี้หยวนถูกเปิดเผยไปแล้ว ยังไงก็ต้องระวังพวกมันจนตรอกแล้วหันมาสู้ รวบรวมกำลังบุกโต้กลับและแก้แค้น”
“ประเทศจีนของเราไม่เคยกลัวสงคราม แต่ก็จะไม่ยอมให้ใครมารังแกโดยไม่เตรียมพร้อม แนวป้องกันกับระบบเตือนภัยต้องยกระดับขึ้นอีกขั้น”
หนิงซู๋หยูได้ยินดังนั้น นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเบา ๆ สองครั้ง ก่อนต่อยอดจากคำพูดของเธอแล้ววิเคราะห์อย่างลึกซึ้ง “ที่คุณกังวลมีเหตุผลมาก แต่ตอนนี้ยังมีเรื่องที่รับมือยากกว่านั้นอีกเรื่อง”
