สายลมยามค่ำพัดผ่านหญ้าสูง เกิดเสียงซู่ซ่าแผ่วเบา
หลินมู่เย่ยกกล้องส่องทางไกลกวาดตามองรอบหนึ่งอย่างรวดเร็ว “สัตว์สันหนาวแปดตัว เป็นตัวเต็มวัยทั้งหมด ทิศสองนาฬิกามีสี่ตัว ทิศสิบนาฬิกามีสามตัว ตรงหน้าพอดีมีตัวใหญ่สุดอีกหนึ่ง”
ลู่หว่านถังรูดลูกเลื่อนปืน แล้วสั่งการอย่างรวดเร็ว “ยิงยาสลบก่อน จับเป็นได้ก็ดีที่สุด ตัวไหนยิงไม่ล้ม ก็เปลี่ยนเป็นกระสุนจริง ยิงหัวเลย”
พูดพลางหันไปทางหลินมู่เย่ แล้วเลิกคิ้วให้ “เดิมพันสักตาไหม”
นิ้วของหลินมู่เย่แตะอยู่ด้านนอกโกร่งไกปืน “เดิมพันอะไร”
“แปดตัวพอดี ดูว่าใครทำให้ล้มได้มากกว่ากัน คนที่ชนะ กลับไปแล้วต้องรับหน้าที่สอนท่านผู้บัญชาการยิงปืน”
หลินมู่เย่ครางฮึเบา ๆ “ได้”
ลู่หว่านถังดันกระสุนยาสลบเข้ารังเพลิง สายตาล็อกเป้าที่สัตว์สันหนาวตัวที่อยู่ใกล้ที่สุดในทิศสิบนาฬิกา
เหอฉางเฟิงก็อยากร่วมวงด้วย แต่ถูกหนิงซู๋หยูรั้งไว้ข้างตัว คนที่เคยแพ้พนันมาก่อนไม่มีสิทธิ์เข้าร่วม
ตอนนี้เสิ่นสวินถูกสือเจียนบังอยู่ด้านหน้า ซ้ายขวามีหนิงซู๋หยูกับเหอฉางเฟิง ส่วนเจียงอิ่งเสวี่ยยืนอยู่ด้านหลัง คุ้มกันไว้อย่างแน่นหนา
สือเจียนกำมือข้างหนึ่งแน่นเป็นหมัด ข้อนิ้วหนาใหญ่ลั่นกร๊อบแกร๊บ ในส่วนลึกของดวงตาสีเขียวมีเปลวโทสะลุกโชน จ้องเขม็งไปที่สัตว์สันหนาวตัวที่ใหญ่ที่สุดตรงหน้าอย่างดุร้าย
มันเกลียดสัตว์พวกนี้มาก
เกลียดเหลือเกิน
ตัวที่ขังอยู่ในค่ายก็น่ารำคาญพออยู่แล้ว ถูกจับยังไม่ยอมอ่อนข้อ ผู้มีพระคุณตัวน้อยมีน้ำใจคิดจะเก็บมันไว้เป็นพาหนะ มันไม่เพียงไม่สำนึกบุญคุณ ยังกล้าแยกเขี้ยวใส่ผู้มีพระคุณตัวน้อยอีก
