เจ้าสัตว์สันหนาวตัวนั้นพูดจาห้วน ๆ และยียวนกวนประสาท ตรงกันข้ามกับหน้าตาน่ากลัวของมันอย่างสิ้นเชิง
“มันร้องว่าอะไร?” หนิงซู๋หยูเก็บเสาเข็นกลับ ถามขึ้น
“มันด่าเราว่าขี้ขลาด ให้เรากล้าลงไปสู้กับมันตัวต่อตัว” เสิ่นสวินแปลให้พวกเขาฟัง
ทุกคนหัวเราะกัน ความอึดอัดจากการดูซากโครงกระดูกแมวหลายสิบตัวเมื่อครู่ถูกสลายไปบางส่วน
เสี่ยวเจิ้งหมายเลข 3 กลับมาโดยปลอดภัย
หนิงซู๋หยูรับเสี่ยวเจิ้งหมายเลข 3 ตรวจสอบตัวเครื่องโดยละเอียด ไม่มีความเสียหาย
เสิ่นสวินถอนหายใจยาว มันเกือบคิดไปว่าเสี่ยวเจิ้งหมายเลข 3 จะเลียนแบบหมายเลข 1 กลายเป็นวีรบุรุษเสียแล้ว
“ดินแดนของพวกมันอยู่แถวโขดหินเปลือยนั้น” หนิงซู๋หยูวางเสี่ยวเจิ้งหมายเลข 3 ลง
“จากตำแหน่งของเราตอนนี้ ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 170 กิโลเมตร ทุ่งหญ้าต่อกับโขดหินเปลือย มีสัตว์สันหนาว 3 ตัว
“นกหางเพลิงมาจากทางตะวันตกเฉียงเหนือ ถ้าตรงกลางมีฝูงสัตว์สันหนาวขวางอยู่ นกจะต้องบินผ่านดินแดนของพวกมันถึงจะมาถึงป่าต้นน้ำผึ้งร่ำไห้ได้”
สมองของเสิ่นสวินหมุนไปสองวินาที
“ที่เธอหมายถึง นกหางเพลิงไม่มา เกี่ยวข้องกับสัตว์สันหนาวงั้นเหรอ?”
“ไม่แน่” หนิงซู๋หยูไม่สรุปทันที “เพราะเรายังไม่พบร่องรอยของแมววงน้ำค้างแข็งเลย”
ปลายไม้ในมือของเธอจิ้มไปที่จุดเชื่อมระหว่างทุ่งหญ้ากับโขดหินเปลือย “ข้อมูลในระบบบอกว่าแมวอยู่รวมกันเป็นฝูง แต่ที่เราเจอเมื่อกี้เป็นลูกสัตว์ที่ป่วย และแม่แมวบางตัวที่คอยดูแลลูก แล้วฝูงของพวกมันอยู่ที่ไหน?”
หนิงซู๋หยูเงยหน้ามองทุกคน “แมววงน้ำค้างแข็ง นกหางเพลิง สัตว์สันหนาว พื้นที่อยู่อาศัยของทั้งสามชนิดนี้ต้องเกิดการเบียดบังกันแน่ ๆ ถ้าอยากรู้สาเหตุการหายไปของนกหางเพลิง ต้องหาร่องรอยฝูงแมววงน้ำค้างแข็งให้เจอก่อน”
