“เมื่อวานกูเซียงหวันยังใช้ซอมบี้ลอบเล่นงานฉันที่ท่าเรือ โชคดีที่ฉันฉลาดเป็นกรด ไหวพริบดี แถมยังโชคดีปลุกพลังพิเศษสายน้ำได้ ไม่อย่างนั้นคงถูกซอมบี้กินไปนานแล้ว”
“ส่วนนายน่ะ โจววั่งเหย นายกลับไม่แยกแยะผิดถูก เชื่อเธอแต่ไม่เชื่อฉัน”
“วันนี้เธอยังมายั่วโมโหฉันอีก จงใจห่มผ้าให้นายต่อหน้าฉัน คิดว่าฉันเป็นลูกพลับนิ่มที่ใครจะบีบก็ได้หรือไง?”
“ฉันไม่เอาผ้าห่มของเธอหรอก!” เธอโยนผ้าห่มกลับใส่อ้อมแขนโจววั่งเหยอย่างแรง “ถ้าพวกนายอยากอวดความรักกันก็ไปอวดที่อื่น อย่ามาเดินวนให้ฉันเห็น รำคาญจะตายอยู่แล้ว”
โจววั่งเหยชอบเห็นหลินหรานคลุ้มคลั่งเพราะเขาแบบนี้ที่สุด
ถึงก่อนหน้านี้หลินหรานจะคลุ้มคลั่งใส่คนอื่นเท่านั้น แต่ตอนนี้กลับด่าเขาไปด้วย
แต่ตบตีคือความรัก ด่าทอคือความเอ็นดู แล้วทำไมเธอไม่ด่าผู้ชายคนอื่นล่ะ?
ก็เพราะรักเขามากเกินไปไม่ใช่หรือไง?
โจววั่งเหยคิดว่าพอได้แล้ว ไม่ควรทำให้เธอโกรธจนเกินไป “คุณกูเซียงหวัน กลับไปนั่งที่ของคุณ ผมไม่ต้องการให้คุณดูแล”
แต่เขายังพูดไม่ทันจบ
หลินหรานก็ตะโกนใส่เขา “นายก็ไสหัวไปด้วย! ไปให้หมดเลย!”
โจววั่งเหยไม่เพียงไม่โกรธ ยังหัวเราะออกมาอีกด้วย ยิ่งหลินหรานโวยวาย ก็ยิ่งแสดงว่าเธอใส่ใจเขา
ความรู้สึกไม่มั่นคงที่เกิดจากการที่เธอจงใจตีตัวออกห่างเขาตลอดสองวันมานี้ พลันหายไปจนหมดสิ้น
หลินหรานเห็นท่าทางของโจววั่งเหยที่ยิ่งถูกด่าก็ยิ่งมีความสุขแล้วอดบ่นในใจไม่ได้ว่า ช่วยด้วย คิดไม่ถึงเลยว่าพระเอกจะเป็นพวกชอบถูกทรมาน
แต่เรื่องนี้ก็ยังไม่ถึงกับหลุดคาแรกเตอร์
พระเอกก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว ใครชอบเขา ใครตามติดเขา เขาก็ยิ่งไม่ชอบคนนั้น
เจ้าของร่างเดิมเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ตามตื๊อโจววั่งเหยมาสิบกว่าปี ทุ่มหัวใจให้เขาทั้งดวง แต่สุดท้ายกลับจบลงด้วยการถูกผลักเข้าไปกลางฝูงซอมบี้อย่างน่าอนาถ