หลินหรานได้รับการดูแลจากเลขานุการหวังเป็นอย่างดี
แค่เธอเหลือบตามองอะไร เขาก็รู้ว่าเธออยากกินอะไร วินาทีถัดมาขนมก็มาอยู่ตรงหน้า
เธอสงสัยว่าที่บ้านเลขานุการหวังต้องมีเด็กเล็กอยู่ไม่น้อย หรือไม่ก็เคยดูแลน้องชายและน้องสาวมาตั้งแต่เด็ก ถึงได้เอาใจใส่ขนาดนี้
เธอจึงถามออกไปว่า “เลขานุการหวัง คุณมีลูกกี่คน”
เลขานุการหวังบิดฝาโยเกิร์ตรสสตรอว์เบอร์รีพลางตอบว่า “ผมยังไม่ได้แต่งงานครับ”
“งั้นคุณต้องมีน้องชายหรือน้องสาวแน่ ๆ”
เลขานุการหวังหยิบกระดาษทิชชูแผ่นใหม่มาเช็ดขวดโยเกิร์ตให้สะอาด ก่อนยื่นให้คุณหนู “ผมเป็นลูกคนเดียวครับ”
หลินหรานร้อง “อ้อ~ เข้าใจแล้ว คุณต้องมีแฟนแน่ ๆ”
ไม่อย่างนั้นประสบการณ์พวกนี้มาจากไหน
เลขานุการหวังกล่าวว่า “ขออภัยครับคุณหนู ผมไม่ได้คบใครมาเจ็ดปีแล้ว”
เจ้านายที่เขาติดตามเป็นพวกบ้างาน แบบไม่มีวันหยุดตลอดทั้งปี
แม้แต่วันสิ้นปียังประชุม ในฐานะเลขานุการแล้วเขาจะมีเวลาที่ไหนไปคบใคร
ทั้งในตระกูลโจวและตระกูลเซี่ยต่างก็มีห้องส่วนตัวไว้ให้เขา แค่นี้ก็รู้แล้วว่าเขายุ่งแค่ไหน จะมีผู้หญิงคนไหนยอมคบกับเขาได้
แน่นอนว่าเขาไม่ได้บ่น
การติดตามประธานโจวทำให้เขาได้เรียนรู้อะไรมากมาย ที่สำคัญที่สุดคือประธานโจวใจกว้าง สวัสดิการที่เขาได้รับดีมาก
หลินหรานเลิกสงสัยต่อ อย่างไรเสีย คนที่ได้เป็นเลขานุการพระเอกก็คงไม่ใช่คนธรรมดา
แต่เธอไม่คิดว่าเลขานุการหวังจะเอ่ยขึ้นมาอย่างเนิบช้าว่า “ทุกครั้งที่คุณหนูมาบริษัท หรือเดินทางไปทำงานกับประธานโจว คนที่ดูแลคุณก็คือผมนะครับ”
มุมปากหลินหรานกระตุก ความหมายของเลขานุการหวังคือประสบการณ์ดูแลคนของเขาทั้งหมดมาจากตัวเธอเอง
“งั้นก็ขอบคุณนะ ฉันไม่ปล่อยให้คุณทำงานฟรี ๆ หรอก” หลินหรานพูดอย่างตรงไปตรงมา