หลินหรานถูกอุ้มไปวางบนโซฟาตัวที่อยู่ใกล้ที่สุดอย่างแผ่วเบา
“คราวหน้าจำไว้ด้วยว่าต้องใส่รองเท้า” เสียงของเขาดังมาจากเหนือศีรษะ ฟังไม่ออกว่ามีอารมณ์เช่นไร
เธอรับคำอึกอัก ไม่กล้าขยับแม้แต่น้อย
ความกล้าที่เพิ่งใช้ซักถามเขาเมื่อครู่เลือนหายไปหมดแล้ว เธอก้มตาลง เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน “ฉันจำไว้แล้ว”
เซี่ยเผยจิ้นนั่งลงข้างเธอ ไม่ได้ตอบคำถามเมื่อครู่ในทันที กลับยื่นมือมากุมข้อเท้าเย็นเฉียบของเธอไว้
หลินหรานเผลอคิดจะชักเท้ากลับ แต่เขากุมไว้แน่นมั่นคง
“เย็น” เขาพูดสั้น ๆ ฝ่ามืออุ่นร้อนแนบลงบนหลังเท้าของเธอ
ท่าทางนี้ชิดใกล้เกินไป จนใบหูของหลินหรานร้อนผ่าวขึ้นมาเล็กน้อย
ในห้องหนังสือเงียบเสียจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน แสงจากนอกหน้าต่างลอดผ่านมู่ลี่ ทอดเงาพร่างพรายลงบนร่างของทั้งคู่
“เรื่องที่คุณถามเมื่อกี้” ในที่สุดเซี่ยเผยจิ้นก็เอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ “คำตอบคือมี”
หลินหรานเงยหน้าขึ้น สบเข้ากับสายตาของเขา
“โรงแรมนั่นเป็นกิจการในชื่อของคนสนิทของเทียนโข่ง พนักงานทุกคนผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวด ไม่ก็เป็นคนสนิทของมัน ไม่ก็เป็นอดีตนักโทษที่มันจ้างมาทำงานให้ด้วยเงินก้อนโต” เขาหยุดครู่หนึ่ง “รวมถึงพนักงานเสิร์ฟกับพ่อครัวพวกนั้นด้วย”
“แต่ในรายงาน...”
“รายงานบันทึกแค่ข้อเท็จจริงที่เห็นภายนอก” เซี่ยเผยจิ้นปล่อยข้อเท้าของเธอ แล้วเอนหลังพิงโซฟา “รายงานของตระกูลโจวจงใจปิดบังข้อมูลส่วนนี้ ส่วนตระกูลลู่ก็ไม่ได้ไปตรวจสอบเลย ตระกูลเผยกับตระกูลหวังสืบพบก็จริง แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง ตอนนั้นเลยไม่ได้เขียนลงในรายงานอย่างเป็นทางการ”
หลินหรานรับฟังอย่างเหม่อลอย