หนิวเถี่ยเสาเริ่มตะโกนอยู่หน้าประตูบ้านของฉินเหล่าซาน ฟางเฉี่ยวเฉี่ยวกับมารดาของนางได้ยินเสียงก็วิ่งออกไปดูเหตุการณ์
ไม่นานบิดาของนางก็ตามออกไป
ฟางอี้เซวียนมิใช่ว่าไม่ได้ยิน
ฟังจากเสียงดูเหมือนฉินพันตี้ไปมีเรื่องกับสตรีคนใดคนหนึ่ง แล้วอีกฝ่ายก็ตามมาหาเรื่องถึงที่
เรื่องเช่นนี้ในชนบทหาใช่ของแปลก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเขาอยู่ติดกับหลี่ชุ่ยฮวา
หลี่ชุ่ยฮวาทะเลาะกับคนอื่นบ่อยครั้ง ฟางอี้เซวียนฟังเรื่องราวคล้ายคลึงนี้จนชินชา
แต่เขาก็เป็นห่วงฉินเป่าเอ๋อร์อยู่บ้างเล็กน้อย ไม่รู้ว่านางจะถูกพาดพิงอย่างไม่เป็นธรรมหรือไม่
เพียงแต่เขาผู้เป็นบุรุษ ทั้งยังเป็นบัณฑิต ก็ไม่อาจเข้าไปยุ่งกับเรื่องเช่นนี้ได้
เขาคิดในใจว่า เป่าเอ๋อร์ปกติดูเฉลียวฉลาดทีเดียว คงไม่ยอมให้ตนเข้าไปพัวพันกับเรื่องนี้เป็นแน่
อีกทั้งมีหลี่ชุ่ยฮวาอยู่ด้วย ฉินพันตี้คงไม่เสียเปรียบมากนัก
ฟางอี้เซวียนจึงพาฟางอี้เฉินมาที่เรือนของตน ปิดประตู แล้วเล่านิทานให้น้องฟัง
เพื่อมิให้ฟางอี้เฉินที่ยังเด็กต้องพลอยเรียนรู้ถ้อยคำหยาบคายต่ำช้าไร้สาระ
แต่เสียงเอะอะด้านนอกก็มิได้หยุดลง
ครู่ต่อมา ฟางอี้เซวียนก็ได้ยินคนด้านนอกตะโกนว่า ตีกันแล้ว ตีกันแล้ว
เหมือนเขาจะได้ยินเสียงฉินเหล่าซานห้ามปรามด้วย
ฟางอี้เซวียนลุกขึ้นยืนอย่างเร่งด่วน
เขากำชับฟางอี้เฉินให้อยู่ในเรือนอย่างสงบ อย่าได้วิ่งออกไป
เมื่อเห็นฟางอี้เฉินพยักหน้าแล้ว จึงเดินฉับ ๆ ออกไป
เขาเบียดคนเข้าไป จนถึงหน้าบ้านของหลี่ชุ่ยฮวา
