ครานี้เป็นเสียงของหลี่ซิ่วอิง
ตั้งแต่เซียวเหิงปรากฏกายต่อหน้านาง ดวงตาของหลี่ซิ่วอิงก็ราวกับหยั่งรากลงบนตัวเขา
บุรุษผู้นี้ยิ่งมองก็ยิ่งทำให้นางใจเต้นไม่หยุด
หลี่ซิ่วอิงมิเคยฝันถึงเขาเพียงครั้งเดียว หากแต่หลายครั้งที่เซียวเหิงมาปรากฏในบ้านของนาง
ทว่าล้วนเป็นภาพที่เขามาสู่ขอนาง หรือไม่ก็เป็นภาพกลับมาเยี่ยมเยียนเรือนพร้อมกับนาง
ผู้ใดจะคาดคิดว่าเมื่อภาพนั้นเป็นจริง สตรีที่ยืนเคียงข้างเขากลับมิใช่นาง หากแต่เป็นฉินเป่าเอ๋อร์
หลี่ซิ่วอิงช่างเคียดแค้นเสียจริง
ยังมีวันนั้นที่นางถูกฉินเป่าเอ๋อร์เหยียดหยาม กลับมาก็โกรธกรุ่นอยู่หลายวัน
กว่าจะเสี้ยมสอนให้เหมาต้าเฉียงไปหาเรื่องได้ ผลลัพธ์เป็นเช่นไรเล่า
ไอ้คนไร้ประโยชน์อย่างเหมาต้าเฉียงก็ไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้น
มิเพียงหาเรื่องฉินเป่าเอ๋อร์ไม่สำเร็จ
ตัวเขากลับวิ่งว่าวกลับบ้านอย่างอนาถ แม้แต่รองเท้าหายไปข้างหนึ่งก็ยังไม่รู้ตัว
หลี่ซิ่วอิงยังได้ยินว่า ค่ำคืนที่เหมาต้าเฉียงกลับไปก็มีไข้สูง ตัวร้อนอยู่หลายวันกว่าไข้จะลด
แม้แต่ปีใหม่ที่ผ่านมาไปอวยพรก็ไร้วี่แววของเขา
หลี่ซิ่วอิงเหลือบมองฉินเป่าเอ๋อร์แล้วกล่าวต่อว่า “ตระกูลเซียวในหมู่บ้านพัวตงก็มิมีญาติอื่นใด นอกเสียจากบ้านเราผู้น้องเป่าเอ๋อร์ก็ไม่มีบ้านที่สนิทสนม”
“หากนางมีใจจะมาอวยพรพวกเราจริง ย่อมตื่นแต่เช้า ต่อให้หนทางไกลเพียงใดก็มิอาจมาถึงป่านนี้ได้”
หลี่ซิ่วอิงเอ่ยพลางส่งเสียงเย้ยหยันไม่พอใจ
“ข้าว่า น้องเป่าเอ๋อร์ เจ้ามิเคยเห็นท่านยายกับครอบครัวเราอยู่ในสายตาเลยกระมัง”
