การแต่งงานของชาวชนบทหาได้มีกฎเกณฑ์มากมายเช่นคฤหาสน์ใหญ่โตในเมืองไม่
อีกทั้งเวลาก็เร่งรัด
ดังนั้นขั้นตอนมากมายจึงถูกลดทอนลง
วันรุ่งขึ้นเฉียนแม่สื่อก็พาเซียวเหิงไปบ้านของฉินเป่าเอ๋อร์
ดูตัว มอบสินสอด แลกเปลี่ยนเกิงเถี่ย จัดการทั้งหมดให้เสร็จสิ้นในคราวเดียว
เซียวเหิงพกเงินติดตัวมาทั้งหมดยี่สิบตำลึง
หักสินสอดสิบตำลึงแล้ว ที่เหลือเขาต้องการรอให้เรื่องทุกอย่างเรียบร้อยแล้วจึงไปซื้อของใช้สำหรับงานแต่งที่ในเมือง
ถึงแม้จะเป็นเพียงการแสดงละคร ก็ต้องแสดงให้แนบเนียน
ทางฝั่งบ้านของฉินเป่าเอ๋อร์
เว้นแต่พวกฝาแฝดที่อยากอยู่ต่อแต่ถูกหลี่ชุ่ยฮวาไล่ไปสำนักสอนหนังสืออย่างไม่ปรานี
คนอื่นๆ ล้วนรอคอยที่จะได้เห็นว่า สามีในอนาคตของฉินเป่าเอ๋อร์นั้นจะเป็นคนเช่นไร
ฉินเหล่าซานเพียงแค่คิดว่า อีกไม่นานลูกสาวสามคนที่เขาเลี้ยงดูมาจนเติบใหญ่ด้วยความยากลำบากจะไม่มีเหลืออยู่เลยสักคน ล้วนแต่งเข้าบ้านคนอื่นไปหมด เขาก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ
ในขณะที่เขาถอนหายใจเป็นครั้งที่ยี่สิบ หลี่ชุ่ยฮวาก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป ถีบเขาเข้าให้หนึ่งที
“เอาแต่ถอนหายใจ ถอนหายใจอะไรกัน! โชควาสนาจะถูกเจ้าถอนหายใจจนหมดแล้ว!
อีกอย่างหนึ่ง การแต่งงานครั้งนี้ไม่ดีตรงไหน เจ้ามีอะไรไม่พอใจ?
ดูยัยสามนั่นสิ ยังสุขุมกว่าเจ้าอีก”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ ทุกคนในห้องก็พากันมองไปที่ฉินเป่าเอ๋อร์
เห็นแต่เพียงนางซุกศีรษะอยู่ในปกเสื้อคลุมที่หลวมโคร่ง ไม่รู้ว่านางหลับไปตั้งแต่เมื่อใด
หลี่ชุ่ยฮวา: …
เมื่อเห็นว่ามารดาของนางกำลังจะโกรธขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ฉินเจ้าตี้ที่อยู่ด้านข้างก็รีบผลักฉินเป่าเอ๋อร์
ฉินเป่าเอ๋อร์ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย
“อืม มีคนมาแล้วหรือ?”
เรื่องนี้โทษนางไม่ได้
ก็ใครเล่าให้หลี่ชุ่ยฮวาลากนางออกจากเตียงตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง
