หยางซูอุทานด้วยความตกใจ “เซียนดอกท้อ!”
รอบกายชายหนุ่มมีหมอกบางปกคลุมพร่าเลือน ยิ่งขับให้เขาดูราวกับเซียนผู้ล่องลอยอยู่ในหมู่เมฆ
พอเห็นเจียงเสี่ยวสุ่ย ขาทั้งสองข้างของเขาก็สั่นขึ้นมาเอง หมอกบางรอบตัวแปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวสลับเทาไม่หยุด เขารีบโต้แย้งอย่างหวาดกลัว “บรรพบุรุษตระกูลเซียวเป็นฝ่ายรับปากข้าไว้ ลูกสาวตระกูลเซียวทำตามสัญญา ข้าผิดตรงไหน?”
เจียงเสี่ยวสุ่ยตอบ “บรรพบุรุษรับปากคุณไว้ คุณก็ไปแต่งกับเขาสิ เกี่ยวอะไรกับคนรุ่นหลังด้วย”
เซียวหนานซานได้เห็นสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์อย่างเต็มตาอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ตื่นตะลึงเหมือนครั้งแรกแล้ว
เขาจ้องชายในเงาร่างลวงตาอย่างเย็นชา “น้องสาวผมอยู่ที่ไหน?”
ร่างของเซียนดอกท้อกะพริบเลือนราง รากไม้ใต้ดินกำลังถูกถอนขึ้นมาทีละเส้น
เขาร้องบอกอย่างหวาดกลัว “ฉันปล่อยเธอเดี๋ยวนี้ จะปล่อยเธอออกมาทันที!”
สิ้นเสียง พื้นดินก็เริ่มสั่นสะเทือน ลานว่างแห่งหนึ่งแยกออกข้างหลุมที่ฝังกระดูกไว้
กลุ่มรากไม้ทะลักขึ้นมา ก่อนจะแหวกออก เผยให้เห็นหญิงสาวร่างผอมที่ขดตัวเป็นก้อนอยู่ข้างใน
เซียวหย่าฉิงถูกห่อหุ้มด้วยรากไม้ เสื้อผ้าเปื้อนดินโคลนเต็มไปหมด ไส้เดือนใต้ดินยังเลื้อยไปมาบนตัวเธอ มีเพียงบริเวณจมูกและปากเท่านั้นที่ได้รับการปกป้องด้วยโพรงซึ่งเกิดจากรากไม้โอบล้อม
หากหน้าอกของเธอไม่ได้ขยับขึ้นลงแผ่วเบา ก็คงดูไม่ต่างจากศพ
เซียวหนานซานพุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว อุ้มเซียวหย่าฉิงออกมาทันที
“หย่าฉิง?”
เซียวหย่าฉิงแน่นิ่งไม่ไหวติง
เจียงเสี่ยวสุ่ยบอก “เธอหลับลึกมาก ต้องใช้เวลาถึงจะปลุกให้ตื่นได้ พากลับไปก่อน”
