เธอเห็นผู้ช่วยฉินลงจากรถคันนั้น จึงรีบสาวเท้าไปยังรถสีดำ
ฟู่หมิงหยวนมาจริง ๆ ด้วย
พอรู้ว่าฟู่หมิงหยวนอยู่ที่นี่ด้วย เธอก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาก
ตอนนี้แส้ตีเทพเล่มนั้นนอนอยู่ในมิติของเจ้ากุยกุย น่าเสียดายที่หักออกเป็นสองท่อนแล้ว
หากเป็นช่วงที่เธอมีพลังเต็มเปี่ยม ฝืนพุ่งชนยันต์ผนึกเทพย่อมสร้างความเสียหายถาวรแก่ดวงวิญญาณ
ตอนนี้ดวงวิญญาณของเธอไม่สมบูรณ์ เจ้ากุยกุยจึงกลัวว่าหากฝืนพุ่งชนเข้า เธอจะวิญญาณสลาย
ยังดีที่มีบุญกุศลหลายแสนแต้มคุ้มครอง เธอใช้พลังต้านไว้ได้ ทั้งยังพุ่งจนแส้ผนึกเทพหักสะบั้น
เพียงแต่พลังที่สะสมมาสลายไปในกระบวนท่าเดียว เธอจึงกลับคืนสู่ร่างเด็กอีกครั้ง
เสื้อผ้าที่ทำจากผ้าของศิษย์พี่จางปรับขนาดตามรูปร่างได้ แต่เปลี่ยนรูปแบบไม่ได้
ชุดกี่เพ้าห้อยอยู่บนตัวเธอ เอวหลวมโคร่ง ราวกับเด็กแอบหยิบเสื้อผ้าผู้ใหญ่มาสวม
เธอถอนหายใจอย่างหดหู่
เต่าวิญญาณตกใจจนแทบหมดสติ นอนหงายขาชี้ฟ้าอยู่ในแขนเสื้อของเธอ แล้วกรีดร้องอยู่ในญาณว่า “คราวหน้าอย่าหุนหันแบบนี้อีกได้ไหม บุญกุศลมีเท่าไรก็ชดเชยที่เธอผลาญไปไม่ทันหรอก อ๊ากกก!”
เจียงเสี่ยวสุ่ยเอ่ยว่า “นี่คือแส้ตีเทพของเซียวอู๋จื้อ จะปล่อยให้ตกไปอยู่ในมือคนถ่อยได้อย่างไร”
เต่าวิญญาณโมโหจนแทบคลั่ง “เขาร่ายคำสาปใส่เธอ แล้วเธอยังเสียดายแส้ของเขาอีกเหรอ”
“ก็ไม่เชิงหรอก” เจียงเสี่ยวสุ่ยพองแก้ม เธอแค่คิดว่าแม้เซียวอู๋จื้อจะไม่ใช่คนดี หลอกลวงเธอสารพัด แถมยังทำให้ดวงวิญญาณเธอเกือบสลาย แต่ถึงอย่างไรเขาก็เป็นเซียนผู้บรรลุสู่สวรรค์ที่มีบุญกุศลติดตัว
