มือของเขาแตะข้อมือฟู่หมิงหยวน ราวกับวางลงบนเหล็กเส้นที่หุ้มด้วยกล้ามเนื้อ
พละกำลังของร่างกายแข็งแกร่งมาก
เขาถึงกับสงสัยว่าพละกำลังของร่างกายฟู่หมิงหยวนจะเหนือขอบเขตของมนุษย์ไปแล้วหรือไม่
“น่าจะไม่มีผลเสียอะไร แค่พบได้น้อยมากเท่านั้นครับ” อาจารย์หวังทำได้เพียงปลอบฟู่ไท่ไท่ไปก่อน ให้เธอสบายใจ
“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ขอบคุณสวรรค์” ฟู่ไท่ไท่คลายกังวลลงไปครึ่งหนึ่ง “อาจารย์หวัง หมายความว่าหลานชายฉันจะผ่านเคราะห์ชีวิตในช่วงสามเดือนนี้ไปได้ใช่ไหมคะ”
อาจารย์หวังตอบว่า “หลานชายของคุณจะอายุยืนถึงร้อยปีครับ”
เมื่อได้ยินคำตอบที่ต้องการ ฟู่ไท่ไท่ก็ยินดีจนผ่อนคลายลง น้ำตาพลันไหลพราก
“ขอบคุณสวรรค์ อมิตาภพุทธ ขอบคุณพระพุทธองค์ที่คุ้มครอง อนันตเทียนจุน ขอบคุณสวรรค์ที่ปกป้องตระกูลฟู่ของเรา!”
เธอตื่นเต้นจนไม่รู้จะพูดอะไรดี กว่าจะตั้งสติได้ก็ผ่านไปครู่ใหญ่ “อาจารย์ เดี๋ยวคงต้องรบกวนคุณช่วยจับชีพจรหลานสะใภ้ฉันด้วย ดูว่าเธอได้รับผลกระทบอะไรหรือเปล่า ฉันไม่ค่อยสบายใจค่ะ”
หากช่วยฟู่หมิงหยวนไว้ได้ แต่เคราะห์ร้ายกลับไปตกอยู่กับเจียงเสี่ยวสุ่ย พวกเขาคงหนีความรับผิดชอบไม่พ้น
อาจารย์หวังตอบว่า “แน่นอนครับ”
ตอนนั้นเอง จู่ ๆ ก็มีเสียงเอะอะดังมาจากด้านนอก
ฟู่ไท่ไท่ขมวดคิ้ว หันไปเห็นอิ่นเซี่ยงหน่วนยืนเหม่ออยู่ตรงโถงทางเข้า ก็สะดุ้งตกใจ “หน่วนหน่วน ทำไมมายืนอยู่ตรงนั้นล่ะ ออกไปดูหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น”
เสียงเอะอะดังขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะมีเสียงพ่อบ้านหลี่ดังมาจากด้านนอก “ผู้อำนวยการหลิว เห็นแก่หน้าคุณ ผมจะเข้าไปรายงานให้ แต่คุณฟู่จะมีเวลาพบหรือไม่ ผมรับปากไม่ได้ครับ”
