“หมายความว่ายังไง?”
จูเพ่ยฟางอึกอัก สมองขาวโพลนจนคิดไม่ออกว่าจะอธิบายอย่างไร ได้แต่ส่งสายตาให้สามีซ้ำ ๆ
ชายคนนั้นฝืนยิ้มประจบ กำลังจะเอ่ยปาก เจียงปินก็เตะเขาเข้าให้หนึ่งที
“เจียงหมิงจู๋อยู่ที่ไหน?”
ชายคนนั้นถูกเตะจนฟันหลุดหนึ่งซี่ เจียงปินเหยียบมันไว้ใต้เท้า เขาร้องขอความเมตตาด้วยความเจ็บปวด “พวกเราไม่รู้จริง ๆ ครับ”
จูเพ่ยฟางกล่าวว่า “นังเด็กนี่! หล่อนไม่ฟังพวกเราเลย ตกลงกันแล้วว่าวันนี้จะติดต่อมา แต่จนป่านนี้ก็ยังไม่โทรมา ไม่รู้ว่าไปก่อเรื่องอะไรไว้หรือเปล่า พวกเราไม่รู้จริง ๆ ค่ะ!”
“คุณทำกับสามีฉันแบบนี้ไม่ได้นะ รีบปล่อยเขาเดี๋ยวนี้”
ชายคนนั้นถูกเหยียบอยู่กับพื้น ท่ามกลางความเจ็บปวด ลูกตากลอกไปมา “พวกเราตามหาเจียงหมิงจู๋มาหลายปี ใครจะไปรู้ว่าหล่อนอยู่บ้านพวกคุณ พวกเรายังไม่ได้ไปเรียกร้องให้พวกคุณส่งตัวหล่อนมาเลย!”
“งั้นเหรอ?”
เจียงปินถาม “เจียงหมิงจู๋มาอยู่บ้านเราได้ยังไง พวกคุณไม่รู้จริง ๆ เหรอ?”
“อ๊าก!”
เขาออกแรงกดเท้าลงไปทันที ชายคนนั้นเจ็บจนกรีดร้อง “ช่วยด้วย! มีคนจะฆ่าผม!”
เขางัดลูกไม้แบบนักพนันหัวหมอไร้ยางอายออกมาใช้ทุกอย่าง แต่กับเจียงปินแล้วไม่ได้ผลแม้แต่น้อย
ประตูห้องทำงานล็อกอยู่ ด้านในและด้านนอกมีบอดี้การ์ดเฝ้าไว้
เมื่อไม่ได้รับคำสั่งจากเจียงปิน บอดี้การ์ดก็ยืนนิ่งตัวตรงดุจต้นสน
ชายคนนั้นร้องขอความเมตตาด้วยความเจ็บปวด จูเพ่ยฟางรีบกล่าวว่า “ขอร้องล่ะค่ะ คุณเจียง กรุณาใจดีกับพวกเราสักครั้งแล้วปล่อยเขาไปเถอะ ตอนนั้นฉันถูกความโลภครอบงำ เอาลูกของตัวเองไปใส่ไว้ในตู้อบของบ้านคุณ แต่ตอนที่ฉันเอาไปใส่ ในตู้อบก็ไม่มีเด็กอยู่แล้วนะคะ”
