แต่เขาก็ยังชักมือกลับมา
เขาสายตาสั้นมาก แต่หลังจากเข้ามาที่นี่กลับรู้สึกว่าทุกอย่างตรงหน้าแจ่มชัดกว่าที่เคย
เขามองเห็นคราบเลือดดำคล้ำอยู่ในลวดลายบนกระจกทองแดง
เขาจำได้ว่าเมื่อสองวันก่อน มีญาติของเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์มาส่งเสียงเอะอะ ดูเหมือนจะป่วยหนักมาก
ไม่จำเป็นต้องเอาตัวไปเสี่ยง หากกระจกทองแดงบานนี้มีพิษขึ้นมาจะทำอย่างไร
ฟู่หมิงหยวนเดินตามเจียงเสี่ยวสุ่ยเข้ามา พอเข้าประตูก็เห็นเผยเจียหวังกำลังจิบชาอยู่บนเก้าอี้ไท่ซือ เขาเลิกคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์นัก
ดูท่าทางสบายอกสบายใจของอีกฝ่ายแล้ว เหมือนถือที่นี่เป็นบ้านตัวเองอย่างไรอย่างนั้น
ไม่รู้ทำไม พอเห็นใบหน้านี้ เขาก็เกิดแรงกระตุ้นอยากทำให้อีกฝ่ายหายไปเสีย
เมื่อเจียงเสี่ยวสุ่ยพาผู้อำนวยการโจวกับศาสตราจารย์หลี่เดินเข้าไปด้านใน เขาจึงหันไปมองเผยเจียหวัง “คุณเผย คุณคงเข้าใจหลักการที่ว่าคนเป็นกับคนตายอยู่กันคนละภพดี”
เผยเจียหวังยกถ้วยชาขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ เป็นชาที่เขาหยิบมาจากตู้เก็บชาของเจียงเสี่ยวสุ่ย หลังได้รับการหล่อเลี้ยงในมิติเต่าวิญญาณ รสชาติก็ละมุนชื่นคอ หอมกรุ่นไปไกลร้อยลี้
กลิ่นชาหอมกรุ่นอบอวลชวนให้เคลิบเคลิ้ม
เขายิ้มพลางกล่าวว่า “คุณเจียงรับปากผมว่าจะให้ผมได้พบลูกสาว แล้วผมอยู่ที่นี่จะเป็นอะไรไป หรือว่าคุณไม่มั่นใจในเสน่ห์ของตัวเองนัก?”
“คุณฟู่ อายุเท่าไรแล้วครับ?”
ฟู่หมิงหยวนเลิกคิ้ว
เขายิ้มตาหยี “ก็น่าจะพอ ๆ กับอายุตอนที่ผมตายแล้วนะ สามสิบได้หรือยัง? ถ้าผมจำไม่ผิด พอพ้นปีนี้คุณเจียงก็เพิ่งอายุสิบเก้า การแต่งงานของพวกคุณไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายเลยสักนิด”
