“เธอมีชีวิตที่ดี ฉันก็ไม่พอใจ”
พร้อมเสียงหัวเราะทุ้มต่ำของเขา พลังหยินสายหนึ่งค่อยๆ แผ่กระจายออกมาจากรอบตัวชายหนุ่ม เทียนโก่วเป็นคนแรกที่สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ
“นี่มัน... กลิ่นอายของมาร เขาเป็นมารจริงๆ!”
“ทำไมเมื่อกี้ถึงไม่มีไอมารแผ่ออกมาเลยสักนิด”
ต่อหน้าภูตอสูรมากมายขนาดนี้ เขากลับซ่อนกลิ่นอายได้อย่างสมบูรณ์แบบ ฝีมือของเขาคงไม่ธรรมดา
เถียนเสี่ยวเทียนมีชีวิตมาหลายร้อยปี แต่ยังไม่เคยพบเจอสถานการณ์เช่นนี้
ไอมารก็เหมือนพลังวิญญาณ ตราบใดที่มีอยู่ ย่อมถูกคนอื่นสัมผัสได้
เหมือนเวลาพวกเขาเดินอยู่ในโลกมนุษย์ ไม่มากก็น้อยย่อมมีพลังวิญญาณเล็ดลอดออกมาบ้าง นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมปกติพวกเขาถึงมีมนุษยสัมพันธ์ดี คนธรรมดาที่อยู่ใกล้พวกเขาจะได้รับการหล่อเลี้ยงจากพลังวิญญาณ ทำให้ร่างกายและจิตใจเบิกบาน
มีเพียงคนสองประเภทเท่านั้นที่สามารถซ่อนกลิ่นอายของตนได้อย่างมิดชิด ประเภทแรกคือผู้มีพรสวรรค์อย่างเต่าวิญญาณ ส่วนอีกประเภทคือเซียนผู้บรรลุวิถีแห่งสวรรค์
ผู้บำเพ็ญมารในยุคบรรพกาลก็เป็นเช่นเดียวกัน มีเพียงจอมมารเท่านั้นที่ซ่อนกลิ่นอายได้อย่างสมบูรณ์
พวกเขาจะมีโอกาสพบจอมมารได้อย่างไร
เรื่องเช่นนี้พวกเขาเคยได้ยินเพียงในตำนานเท่านั้น
เล่ากันว่า ก่อนสงครามสำนักเร้นลับ เคยมีเทพมารอยู่สี่ตน หลังสงครามสำนักเร้นลับ ทั้งสองฝ่ายต่างสูญเสียอย่างหนัก
ฝ่ายเทพมารเป็นผู้ชนะอย่างฉิวเฉียด แต่เทพมารทั้งสี่ไม่รู้ว่าเกิดความขัดแย้งใดขึ้น ว่ากันว่าพวกเขาทะเลาะกันเอง จนไม่มีใครเหลือรอด สุดท้ายล้วนดับสูญไปทั้งหมด
