เธอวาดยันต์ขึ้นกลางอากาศด้วยมือเปล่า แล้วประทับลงบนหน้าผากของหญิงคนนั้นทันที
แสงสีเขียวสายหนึ่งซึมเข้าไปจากหน้าผากของเธอ หญิงคนนั้นสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ ราวกับถูกดึงกลับมาจากประตูความตาย
ฟู่หมิงหยวนพูดอย่างหงุดหงิดว่า “โยนพวกเขาออกไป ส่งหมอไปดูแลด้วย แล้วส่งใบเรียกเก็บเงินไปที่บ้านพวกเขา”
พ่อบ้านหลี่พยักหน้า “ครับ”
พ่อบ้านหลี่ให้คนแยกพวกเขาออกจากกัน
จะปล่อยให้ซุนเซิ่งก่อเหตุในบ้านของพวกเขาไม่ได้ หากมีคนตายขึ้นมาจริง ๆ คงเป็นลางร้ายไม่น้อย
ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ได้เห็นเรื่องชวนตะลึงเข้าเต็มตา จนไม่รู้ว่าควรอยู่ต่อหรือกลับไปดี
เขากลุ้มใจจนแทบจะทึ้งผมตัวเองจนหัวล้านอยู่แล้ว จู่ ๆ ก็ได้ยินเจียงเสี่ยวสุ่ยพูดว่า “ให้ผู้อำนวยการเว่ยกับเจ้าหน้าที่อีกสองสามคนอยู่ในสภาพเดิมไปก่อนก็พอค่ะ พอหาคนที่วิญญาณกระจกตามหาเจอ และเขาไม่มีความยึดติดแล้ว ก็จะไม่สามารถทำร้ายคนผ่านกระจกได้ ถึงตอนนั้นพวกเขาก็จะหายดีเอง”
ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ถามว่า “เขาตามหาใครอยู่ แล้วเมื่อไหร่ถึงจะหาเจอครับ?”
“เขามีลูกสาวคนหนึ่ง เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวตอนอายุ 12 ปีค่ะ”
“หรือว่าเขากำลังตามหาลูกสาว?”
“ค่ะ”
ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ร้อนใจ “เธอเสียชีวิตไปแล้ว จะไปหาที่ไหนได้ล่ะครับ”
เจียงเสี่ยวสุ่ยกล่าวว่า “เมื่อ 10 ปีก่อน เขาทำข้อตกลงกับกระจกทองแดง สละชีวิตตัวเองเพื่อเปลี่ยนชะตาให้ลูกสาว แต่หลังจากเข้าไปในกระจก เขาก็ถูกข้อจำกัดของแต่ละมิติกีดกัน จึงไม่เคยได้พบลูกสาวอีกเลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้เธอเป็นอย่างไรบ้าง”
