จ้าวซือซือรู้สึกเหมือนตาพร่าไปชั่วขณะ เธอยกนิ้วสั่น ๆ ชี้หน้าจวงชูฉิง “เธอ...เธอเหลวไหลไปแล้ว ถึงกับไปเป็นมือที่สามให้คนอื่น!”
วงการบันเทิงนี่เป็นแหล่งรวมเรื่องราวสารพัดจริง ๆ จวงชูฉิงไม่ใช่สาวน้อยไร้เดียงสาและไม่มีพิษภัยเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว
จวงชูฉิงถอนหายใจแล้วพูดว่า “ชีวิตมันไม่ง่ายนี่นา ตอนนี้ยังสาวอยู่ หาเงินได้เท่าไรก็เอาไว้ก่อน”
ขอโทษด้วยนะ มีสัญญาผูกมัดอยู่ก่อนแล้ว เรื่องแต่งงานเธอคงต้องเก็บเป็นความลับไปก่อน
จ้าวซือซือปวดใจจนแทบกระอักเลือด “ช่วงนี้เธอไปเจออะไรมากันแน่?”
เมื่อก่อนก็แค่ไม่ค่อยกระตือรือร้น ตอนนี้กลับหนักกว่าเดิม ค่านิยมเพี้ยนไปหมดแล้ว
ใครกันนะที่พาเธอเสียคน!
“ฮัดเช้ย!”
เหวินเย่หลานจามขึ้นมาในห้องทำงานประธานบริษัทตระกูลเหวิน
เหวินเฟิงจิ๊ปาก “หรือหลานสะใภ้กำลังคิดถึงนายอยู่?”
เหวินเย่หลานพลิกดูเอกสารในมือ “ไม่ใช่”
เขามองออกแล้วว่าจวงชูฉิงเป็นคนปากอย่างใจอย่าง แค่เธอไม่แอบด่าเขาลับหลังก็ดีแค่ไหนแล้ว
เหวินเฟิงพูดอย่างสนใจ “ก่อนหน้านี้นายบอกฉันว่า ช่วงนี้เตรียมจะหย่ากับจวงชูฉิงใช่ไหม ไม่ต้องห่วง เรื่องคุณปู่ฉันจัดการเอง นายหย่าได้เลย”
“รู้แล้ว” เหวินเย่หลานตอบอย่างไม่แสดงอารมณ์
เหวินเฟิงนั่งไขว่ห้าง “น้องสาวตระกูลจวงอยู่กับนายมาตั้งสองปี ต่อให้นายคิดจะหย่าจริง ๆ ก็อย่าทำให้เธอต้องลำบาก”
“ไม่ต้องให้นายมาบอก” เหวินเย่หลานวางเอกสารที่อ่านจบแล้วลงบนโต๊ะข้างโซฟา “โครงการนี้ไม่เหมาะจะร่วมงานกับตระกูลจวง เปลี่ยนไปหาบริษัทอื่นเถอะ”
