ฉู่หางยังใจเย็นอยู่บ้าง “เมื่อกี้ฉันติดต่อผู้กำกับแล้ว เรื่องนี้เหอจิงฟู่ตัดบทของเธอก่อน ถ้าทำได้ฉันจะช่วยรักษาบทนี้ไว้ให้เธอ ถ้าไม่ได้จริง ๆ เธอก็ออกมาขอโทษสักหน่อย แล้วหลังจากนี้ฉันจะชดเชยให้”
แม้ศักยภาพของพวกเขาจะเทียบกับบริษัทต้นสังกัดของเหอจิงฟู่ไม่ได้ แต่ก็ใช่ว่าจะปล่อยให้ถูกรังแกแบบนี้ได้
“เธอนี่นะ เรื่องใหญ่ขนาดบทโดนตัด ทำไมไม่บอกพวกเราสักคำ” จ้าวซือซือเพิ่งรู้เรื่องนี้หลังมาถึงกองถ่าย “ถ้ารู้ตั้งแต่แรก คุณฉู่คงออกหน้าทวงความยุติธรรมให้เธอไปนานแล้ว”
“อย่าทำหน้าเครียดกันขนาดนั้น เรื่องนี้ไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่พวกคุณคิด” จวงชูฉิงปลอบพวกเขา “ที่ฉันทำแบบนี้ไม่ใช่เพราะใจร้อน แต่คิดมาดีแล้วต่างหาก”
จ้าวซือซือเบิกตากว้าง “ฉันว่าเธอคงอยากออกจากวงการแล้วสินะ”
เธอก็ช่างโชคร้ายจริง ๆ กว่าจะปั้นเด็กใหม่ที่เริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมาได้สักคน อีกฝ่ายยังไม่ทันได้เริ่มก็จะโดนแบนเสียแล้ว น่าอนาถเกินไปแล้ว
หลี่เซี่ยเยว่ถามอย่างจริงจัง “ฉันแนะนำให้พวกคุณพาเธอไปพบจิตแพทย์นะ ตอนนี้ฉันว่าเธอผิดปกติมาก”
“วางใจเถอะ ฉันปกติดีสุด ๆ” จวงชูฉิงดีดนิ้วดังเป๊าะ “รออีกวันเดียว พรุ่งนี้ตอนกลางคืนเรื่องนี้ก็จะพลิกกลับ”
เธอมีตัวช่วยพิเศษอยู่กับตัว เหอจิงฟู่ทำชั่วไว้มากมาย จะหาหลักฐานมัดตัวเขาก็ง่ายนิดเดียว
ฉู่หางกับจ้าวซือซือสบตากันอย่างคลางแคลงใจ
