ระหว่างทางไปสถานีตำรวจ เหวินเย่หลานได้แจ้งทนายของเขาไว้แล้ว ดังนั้นพอพวกเขาไปถึงสถานีตำรวจ นอกจากจะได้เจอทีมทนายของเหวินเย่หลานแล้ว ยังได้เจอคนที่ประธานชุยส่งมาด้วย
นับว่าเป็นคนคุ้นหน้าอยู่เหมือนกัน
“พวกคุณ?” ซ่งเทามองจวงชูฉิงกับเหวินเย่หลานด้วยสีหน้าประหลาดใจ “มาทำอะไรที่นี่?”
ประธานชุยมอบหมายงานซื้อกิจการโรงละครหงซิงให้เขา ส่วนคนพวกนี้ก็เป็นคนที่เขาส่งไปก่อเรื่องในโรงละครวันนี้ แต่ทำไมสองคนนี้ถึงเข้ามาพัวพันด้วยล่ะ?
จวงชูฉิงเลิกคิ้วอย่างคาดไม่ถึง “ซ่งเทา? บังเอิญจัง นายก็อยู่ที่นี่ด้วย”
โลกกลมจริง ๆ ถึงขั้นมาเจอกันได้
“คุณซ่งรู้จักพวกเขาเหรอครับ?” ชายวัยกลางคนยังอยากให้ซ่งเทาช่วยแก้แค้นให้
ซ่งเทาถลึงตาใส่เขาเป็นเชิงให้หุบปาก
ชายวัยกลางคนหดตัวถอยไปอยู่ข้าง ๆ อย่างเจื่อน ๆ
ก่อนหน้านี้เขาเคยเห็นความเหี้ยมโหดของซ่งเทามาแล้ว ตอนนี้อีกฝ่ายได้รับความไว้วางใจและการสนับสนุนจากประธานชุยอย่างมาก เขาไม่มีทางกล้าไปล่วงเกินเด็ดขาด
หนึ่งชั่วโมงต่อมา หลังจากให้ปากคำเกี่ยวกับเรื่องราวทั้งหมดแล้ว ในที่สุดพวกเขาก็ออกจากสถานีตำรวจ
เมื่อออกมา เจียงโหรวซวงเอ่ยกับจวงชูฉิงและเหวินเย่หลานอย่างรู้สึกผิดว่า “วันนี้ฉันทำให้พวกคุณเสียเวลาไปเยอะเลย ถ้าไม่รังเกียจ ฉันขอเลี้ยงข้าวเย็นพวกคุณนะคะ”
วันนี้ทั้งสองคนช่วยเธอไว้ แถมตามคำแนะนำของจวงชูฉิง เหวินเย่หลานยังให้ทีมทนายของเขามาช่วยจัดการข้อพิพาทเรื่องซื้อกิจการโรงละครอีกด้วย
เดิมทีเหวินเย่หลานตั้งใจจะปฏิเสธ แต่จวงชูฉิงกลับรับปากอย่างร่าเริงไปก่อนแล้ว “ได้สิ พอดีคืนนี้ฉันว่างอยู่แล้ว”
